2012/02/26(日)
33 ความรู้สึกแบบนี้...ไม่ชอบเลย
ผมปาร์คยูชอน..
เอิ้ก..
ผมกำลังมาวว.. แต่ยังมีสตินะเออ.. อย่างน้อยผมก็ไม่กลับไปในห้องที่สุดแสนจะอันตรายนั่น..ห้องที่มีเด็กน้อยที่เซ็กซี่ที่สุดในโลกแบบนั้น..โอ้ยยย..ปาร์คยูชอนอยากตาย..ทำไมผมไม่จับปล้ำทำเมียไปเลยนะ.. แล้วทำไมต้องมานั่งฟุ้งซ่านแบบนี้ด้วย..
มันไม่ใช่นิสัยของคาสโนว่าเล้ยยย..
คิมจุนซูจะมีอิธพลต่อปาร์คยูชอนมากไปแล้วน๊า
เมื่อครู่..หลังจากที่ได้ยินเสียงครางนั่นทำให้ผมได้สติกลับมาแล้วหยุดไว้ทันที หากแต่อารมณ์ของผมเนี่ยสิมันหยุดได้เหมือนปิดสวิทซ์เสียเมื่อไหร่..ยิ่งหลังจากได้ยินเสียงครางหวานหูแบบนั้นแล้ว..โอ้ย ปาร์คยูชอนแทบจะทนไม่ไหว.. แต่ก็พยายามนอนนิ่งๆ แล้วข่มตาลงให้หลับไปเสียที..
แต่ว่า..
“ย..ยูชอน..ฮึก..เค้าเป็นอะไรก็ไม่รู้”
ตายๆๆๆ.. เสียงหวานที่ฟังดูแหบพร่าเล็กน้อยนั่นทำเอาปาร์คยูชอนแทบจะกัดสิ้นตายไห้มันรู้แล้วรู้รอดไปดีกว่ามารับรู้ว่าอารมณ์ตัวเองมันกู่ไม่กลับแล้วแบบนี้..
อย่านะ..ไอ้ปาร์ค.. จุนซูยังเด็กเกินไป..
“ยู..ชอน..เค้า..ฮึก..ฮือออ..”
คิมจุนซูร้องไห้..เห้ย เวรล่ะ !! ผมรีบกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งทันที..แต่แล้วก็ต้องชะงักงันเมื่อเห็นร่างเล็กที่นั่งคลุกเข่าอยู่ข้างกายเต็มๆตา..เสื้อผ้านั้นยังหลุดลุ่ยไม่เข้าที่จากฝีมือของผมเองนั้นก็ยังไม่เข้าที่เหมือนเดิม ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่พยายามจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อยเลยสักนิด .. ทำให้เห็นไหนถึงไหนต่อไหน.. ยิ่งดวงตาใสๆเล็กๆที่มองมาเอ่อไปด้วยน้ำตาแบบเว้าวอนแบบนี้..
ตอนนี้มองอย่างไงคิมจุนซูก็ดูว่าเซ็กซี่มากกว่าน่ารักเป็นไหนๆ..
เอื้อก..ปาร์คยูชอนคนโฉดกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากช้าๆ..
“จุนจัง..ไม่ว่าตอนนี้จะรู้สึกอย่างไงก็แล้วแต่..แต่จุนควรจะหลับตาแล้วนอนซะ รู้ไหม”
อย่างน้อย..ปาร์คยูชอนก็เป็นคนดีพอที่จะหักห้ามใจตัวเองได้..
“ต..แต่จุนนอนไม่หลับ..ฮึก..จุนรู้สึกแปลกๆ..รู้สึกร้อนไปหมด..จุนเป็นไข้หรอ..ต..แต่ไม่ใช่อ่ะ..จุนกลัวว่าจะตายอ่ะ..ยูชอน”
โอ้ย..อยากรู้นักตอนนี้คิมจุนซูกำลังทดสอบความอดทนของปาร์คยูชอนหรอไงเนี่ย.. ผมสูดลมหายใจเข้าช้าๆก่อนพูดออกไปแบบชัดๆ
“จุนจังครับ..มันไม่ตายหรอก มันเป็นแค่ความต้องการพื้นฐานธรรมชาติที่ทุกคนมี.. จุนจังควรจะไปช่วยตัวเองเงียบๆคนเดียว ดีกว่ามาบอกยูชอนแบบนี้เพราะมันจะทำให้จุนจังไม่ปลอดภัย”
ผมว่าวันนี้ผมพูดตรงที่สุดในชีวิตแล้วนะ.. ไม่อยากเชื่อว่าคนกะล่อนแบบผมจะไม่ยอมฉวยโอกาสนี้ไว้..ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงหลอกให้เด็กคนนี้ตกเป็นของผมไปนานแล้ว.. แต่อย่างว่าแหละความรักที่ผมมีให้เด็กคนนี้มันเพิ่มขึ้นอีกระดับแล้ว..รักที่ปกป้องไม่ใช่ทำลาย..
แต่ดูเหมือนว่าจุนจังเด็กน้อยจะไม่ค่อยให้ความร่วมมือกับผมเท่าไหร่ ดูสิ..นั่งอ้าปากค้างกระพริบตาปริบๆแบบนี้..
ผมก็มีความอดทนจำกัดนะครับ..
“ม..ไม่เข้าใจอ่ะ”
น่านไง..
“ยูชอนทำให้ความอึดอัดนี่หายไปจากจุนไม่ได้หรอ”
ปัดโถ่ว้อย..
สิ้นคำพูดนั้นผมก็รั้งร่างเล็กเข้ามาบดจูบอย่างเร่าร้อนทันที ซึ่งจุนซูก็ตอบรับไว้โดยไม่ขัดขืนใดๆทั้งสิ้น.. คาสโนว่าหนุ่มยิ่งได้ใจก่อนจะปลดเสื้อผ้าที่หลุดลุยของเด็กน้อยทิ้งอย่างง่ายดายเพราะตอนแรกมันก็เกือบหลุดอยู่มะรอมมะร่อแล้ว.. ผมแนบริมฝีปากเข้าไปที่ซอกคอขาวดูดเม้มจนพอใจแล้วเลื้อยไปที่อกเล็กๆขาวๆนั่น.. ยิ่งผมดูดเม้มเม็ดทับทิมเล็กๆนั่นเท่าไหร่ดูเหมือนคนใต้ร่างก็แอ่นรับเข้ามามากเท่านั้น..
“ฮืออ..ย..ยูชอนจุน..จะตายอยู่แล้ว..จุนจะตายไหม..ยูชอน” เสียงแหบพร่า..ไร้เดียงสาดังขึ้น..ทั้งดูสับสนและงุนงง แต่ร่างเล็กก็ตอบรับเขาอย่างเงอะๆงะๆไม่ได้ขัดขืนอะไร..
ในขณะที่ปากบดจูบดูดดังอยู่ที่เม็ดทับทิมแสนหวาน..มือก็เลื้อยไปตามลำตัวเล็กๆก่อนอ้อมไปด้านหลังแล้วหยุดอยู่ที่สะโพกกลมกลึงเต็มไม้เต็มมือ.. มือหนาออกแรงบีบเค้นตามที่ใจอยากมานาน..
“อือ..ยูชอนอย่าจับตูดจุนนะ” เสียงเล็กประท้วงก่อนจะดิ้นหนี..แต่ก็หนีไม่พ้นหรอก ร่างเล็กกลับมาอยู่ใต้ร่างของผมอีกครั้ง..ใบหน้าหน้ารักแดงซ่าน..
“อย่าจับนะ..มันน่าเกลียดจะตาย”
ผมเลิกสนใจด้านหลังมาที่ส่วนหน้าแทน..ผมค่อยๆรูดกางเกงนอนของจุนซูออกไป..และนั่นทำให้ดวงตาใสๆเล็กๆนั่นเบิกกว้างขึ้นทันที ก่อนเสียงหวานจะดังลั่น
“อ๊า..ยูชอนทำอะไรอ่ะ!!!”
ขาเรียวเล็กรีบหุบเข้าหากันทันที..
“ถ้าเมื่อไหร่จุนรู้อะไรๆมากกว่านี้ก็รับรู้ไว้ด้วยว่าสิ่งที่ยูชอนจะทำไม่ใช่ล่วงเกิน แต่แค่จะสอนไว้เท่านั้น จำไว้ให้ดีล่ะ แล้วถ้ารู้สึกแบบนี้อีกก็ไม่ต้องบอกยูชอน จุนต้องทำเองนะ”
ผมพูดก่อนที่จะแยกขาเล็กออกจากกันช้าๆ แก่นกายสีสวยขนาดพอเหมาะปรากฏตรงหน้าทำให้ผมต้องกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากอีกครั้ง..พยายามข่มอารมณ์ตัวเองไว้..วันนี้ผมไม่ได้จะมาปล้ำจุนซูทำเมีย แต่แค่จะสอนให้เด็กคนนี้รู้เรื่องทางโลกโลกีย์เพิ่มอีกนิด..ครั้งต่อไปจะได้ทำเอง..แล้วไม่ต้องตกอยู่ในขีดอันตรายแบบนี้อีกก็เท่านั้น..
ผมค่อยๆรูดรั้งแก่นกายของจุนจังอย่างช้าๆแล้วเพิ่มจังหวะขึ้นเรื่อยๆตามอารมณ์..
“อ๊ะ..อา..ยูชอน ย..ยูชอน” เสียงหวานที่ครางเรียกชื่อผมอยู่ตลอดเวลานั้นทำเอามือไม้ผมสั่น.. ช่วงล่างของผมเริ่มปวดหนึบขึ้นมาทันใด.. โอ้ย ปาร์ค ตายๆๆๆ ผมรูดรั้งลูบคลำแก่นกายเล็กของคนตรงหน้าไปก็หลับตาปี๋..นึกถึงพ่อแม่คำสอนต่างๆที่เคยได้เรียนรู้มา..
ยุบหนอพองหนอ..โอ้ย น้องยังเด็กนัก อดใจไว้หน่อย..
“อา..จุนซู”
โว้ย.. แล้วผมจะครางออกมาทำไมเนี่ย..!! สักพักผมก็รู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวไหล่..พอลืมตาขึ้นผมก็รู้ว่าตอนนี้จุนซูกำลังยึดหัวไหล่ของผมไว้แน่น..เล็บสั้นๆที่ตัดเป็นระเบียบนั้นกำลังจิกลงไปอย่างคนที่ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่แล้วหาทางระบาย..
และภาพตรงหน้าที่ปรากฏแก่สายตาผมนั้น..ร่างเล็กนั้นได้แต่นอนหลับตาแน่น ใบหน้าขาวใสอมชมพูนั้นตอนนี้แดงแจ๋เป็นลูกตำลึงสุก ปากแดงๆจิ้มลิ้มนั้นเผยอขึ้นเล็กน้อย ก่อนครวญครางออกมาเป็นบางครั้งบางคราวตามอารมณ์ที่ผมพาไป ผมสีน้ำตาลอ่อนที่ล้อมกรอบใบหน้าหวานนั้นตอนนี้กระจายเต็มหมอน.. ไม่สามารถละสายตาได้เลย..
คิมจุนซู..ตอนนี้ทำไมทั้งสวยและเซ็กซี่ได้ขนาดนี้นะ.. ไม่อยากจะเชื่อว่าความจริงแล้วร่างเย้ายวนที่บิดกายใต้ร่างผมตอนนี้เป็นเพียงเด็กน้อยใสซื่อเท่านั้น.. จุนจังช่างทำเรื่องประหลาดใจให้ผมได้เสมอๆจริงๆ...
ในที่สุดจุนซูก็ปลดปล่อยออกมา..ผมมองร่างเล็กที่ได้แต่นอนอ่อนระทวยนั้นก็เม้มปากนิ่ง.. ผมสับสนเหลือเกิน พระเจ้าไม่อยากให้ผมเป็นคนดีขนาดนั้นเชียวหรอถึงได้ส่งบททดสอบสุดหินนี่มาให้.. ความคิดด้านดีและด้านชั่วตีกันให้วุ่น..ในที่สุดผมก็ได้แต่เอาผ้าห่มคลุมกายขาวนี่ไว้ลวกๆก่อนที่จะหนีออกมาจากห้องก่อนที่ผมจะทำอะไรขาดสติลงไป...
แล้วตอนนี้ผมก็ได้แต่เมาอยู่แบบนี้ไง..โอ้ย ปวดหัวๆๆ ผมควรจะทำอย่างไรต่อไปดี..
ปาร์คยูชอนอยากจะบ้า...
ภาพตอนนั้นของจุนซูก็ยังติดตาไม่หาย..
โอ้ยๆๆๆ ถึงจะหักห้ามใจได้แต่จิตนาการของผมก็ปู้ยี่ปู้ยำจุนจังไปถึงไหนต่อไหนแล้ว.. อ๊าก แล้วแบบนี้ผมจะทนไปได้แค่ไหนกัน..
ผมก็มีความอดทนจำกัดนะครับ !!!
....
“ถ้าอยากให้พูดก็อย่าดื้อสิ”
มันพูดแบบนั้นเสร็จ ผมก็เงียบ มันก็เงียบ.. ได้ยินแต่เสียงหัวใจผมเต้นผิดจังหวะเท่านั้น.. ดื้อหรอ..ผมดื้อหรอ ใช้คำซะน่ารักเชียวนะไอ้หมีบ้า ผมไม่ใช่เด็กๆแล้วเสียหน่อย..
“ทำไมต้องไปกินเหล้าด้วย ไม่รู้หรือไงพรุ่งนี้ก็ต้องทำงานแต่เช้า”
ใช้น้ำเสียงอย่างกับกำลังดุเด็ก.. ผมไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ..
ไอ้บ้า..
“เจอยูชอน” ผมตอบมันกลับไปสั้นๆ.. แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยได้ใจความเท่าไหร่
“แล้วยังไง” มันถามต่อ..เสียงห้วน.. ผมอารมณ์ไม่ดีขึ้นมาทันที..มันบอกว่าผมพูดไม่เพราะ ไม่มีหางเสียง แล้วทีมันล่ะ..พูดแข็งทื่อ ใช้เสียงต่ำๆ ทำหน้าโหด ทำตาดุแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนกันล่ะจริงไหม ผมไม่ยอมหรอกนะ..
ผมยักไหล่.. สะบัดข้อมือออกจากมือมัน..ผมเป็นอิสระแล้ว.. ยิ้มกวนมันกลับไปในขณะที่จับปอยผมตัวเองเล่น ก่อนพูดลอยๆขึ้นมา.. ไม่ตอบคำถามนั่น...
“ไม่รู้จุนซูจะหายขวัญเสียหรือยัง..เจอยัยบ้านั่นทำตั้งขนาดนั้น นึกแล้วโมโหจริงๆ”
ทันทีที่ผมพูดจบ ดวงตาคู่คมมองมาอย่างหนักใจก่อนเสียงทุ้มดังขึ้น..
“รู้ตัวบ้างไหมว่าเป็นห่วง”
ใครจะไปรู้ล่ะ..ไอ้บ้า..
“ความจริงอยากเจอจุนซูมากกว่า..เมื่อเย็นก็ลืมถามมัวแต่แกล้งไอ้ไก่ปาร์คเพลินไปหน่อย..สงสัยต้องไว้วันพรุ่งนี้แล้วล่ะ” ผมยังคงไม่สนใจในเรื่องที่มันพูดต่อไป.. ยังจดจ่ออยู่ที่เรื่องจุนซูเหมือนเดิม..
“แจจุง..”
เสียงแข็งมาเชียว..แบบนี้เรียกว่าผมดื้อไหมนะ.. ไม่รู้ล่ะ ไม่สนแล้ว คราวนี้มันจะงอนก็งอนไปผมไม่ง้อแล้วด้วย
“แต่จุนจังคงไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ ไอ้ไก่มันต้องปลอบของมันแล้ว ถ้าไม่ทำสิ พ่อจะเฉือนให้...”
“...”
นั่นไง เงียบไปแล้ว..งอนไปเลย ไม่ง้อหรอก.. ดูสิ ถ้าผมไม่สนมันจะมาไม้ไหนนะ..
“อ่า..จะว่าไป.. พรุ่งนี้ยัยนั่นจะมาอีกไหมนะ หึหึ..ลองมาสิ คงจะสนุกพิลึก...อุ๊บ..”
!!
อยู่ๆปากหยักก็จูบลงมาแนบชิดเสียอย่างนั้น..
ผมที่ไม่ทันตั้งตัวนั้นก็ลืมขัดขืนไปเสียสนิท ปากหยักที่บดเบียดเข้ามาอย่างอ่อนโยนนั้น เริ่มร้อนแรงขึ้นทันใดเมื่อปลายลิ้นของยุนโฮนั้นแทรกเข้ามาเกี่ยวกระหวัดพัวพันจนงุนงง.. ร่างกายถูกอ้อมแขนใหญ่กอดกระชับ..มือหนาเลื้อยเข้ามาในเสื้อแล้วลากไล้ไปทั่วแผ่นหลังจนมาหยุดที่สะโพกเล็ก..ก่อนก้นนิ่มๆของผมจะถูกบีบอย่างหมั่นเคี้ยว
อ๊ะ..
เฮ้ยย..!!
มันทำให้ผมได้สติแล้วรีบดันตัวออกทันใด..แต่ทำไม่ได้ ยุนโฮรัดผมแน่นเกินไป.. เขารวบร่างผมไว้แล้วอุ้มไปที่เตียง..
“เฮ้ยยย !! หมีๆตั้งสติหน่อยดิ กฎข้อ7ห้ามยุนโฮทำลามกอนาจารหรือ..อุ๊บ..” ยุนโฮจูบลงมาอีกครั้งผมก็หมดสิทธิ์พูดไปโดยปริยาย.. ลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดเข้ามาอีกครั้ง..ร่างกายผมก็อ่อนยวบ.. นี่ผมต้านทานยุนโฮไม่ได้เลยหรือไง..
เพราะผมเมา..ผมต้องเมาแน่ๆ..ต้องเป็นเพราะเหล้าแน่ๆที่ผมไม่มีแรงขัดขืนแบบนี้..
“แจจุงยอมเป็นของยุนโฮ..”
!!
“นะคะ”
ห๊ะ..
เฮ้ย.. เดี๋ยวๆ.. ผมรีบให้มือดันหน้ามันไว้ก่อนพูดเสียงรัวออกไป..
“ไม่เอาๆ ไอ้หมีบ้าปล่อยนะเว้ยย.. ปล่อย ทำอะไรเนี่ยยย..!!”
แล้วมันก็จัดการรวบข้อมือผมไว้เหนือศีรษะเสร็จสับ.. ใบหน้าคมค่อยๆก้มต่ำลงมาอย่างง่ายดายเมื่อไม่มีมือของผมกั้นแล้ว.. หากแต่หยุดชะงักก่อนที่ปากหยักจะแนบลงมาชิด..
เราสบสายตากันในระยะประชิด.. ดวงตาคู่นั้นสั่นไหว ก่อนยุนโฮจะสูดหายใจลึกแล้วพูดออกมาด้วยเสียงที่เจือไปด้วยความอัดอั้น..
“หยุดเรื่องจุนซูสักวินาทีได้ไหมแจจุง แล้วมาสนใจเรื่องของเราบ้างเถอะ..”
ห๊ะ..หา..
“ฉันรักนายนะ.. นายเลิกแกล้งทำเป็นเพิกเฉยต่อความรู้สึกของฉันเสียที”
คำพูดนั้นทำให้ผมอ้าปากค้างเหวอ.. ก่อนที่ยุนโฮจะเริ่มต่อ...
“แล้วความรู้สึกของตัวนายเองน่ะ.. นายจะปิดกั้นไม่รับไม่รู้ไปถึงไหน..” พูดจบมันก็ดึงมือผมไปทาบตรงหน้าอกข้างซ้ายของตัวผมเองก่อนที่ปากหยักจะกดจูบลงมาอย่างนิ่มนวล..
ตึก ตึก ตึก..
“รู้สึกอะไรบ้างไหม..”
“...”
“รู้ตัวสักที..ได้โปรดสิแจจุง..รับรู้ทีว่าหัวใจของนายน่ะมันก็เต้นแรงเหมือนกันกับฉัน”
ตึก ตึก ตึก..
อะไรกันทำไมหัวใจเต้นแรงขนาดนี้..มันเกิดอะไรกับผม...
....
มันต้องเป็นเพราะเหล้าไอ้ไก่ปาร์คแน่ๆๆ !!
ทำไมกัน..ผมก็ไม่อาจต้านทานอะไรได้เลย..ตั้งแต่มันบดจูบเข้ามา.. อารมณ์พยศของผมหายวับไปไหนก็ไม่รู้.. ยอมมันอย่างง่ายดายเมื่อลิ้นร้อนนั่นเข้ามาตักตวงความหวาน.. รสจูบดูดดื่มนั้นทำให้ผมเคลิบเคลิ้ม มือหนาเลื่อนเข้ามาใต้เสื้อสัมผัสทั้งส่วนบนและส่วนล่าง.. อารมณ์ดิบถูกปลุกขึ้นมาตามธรรมชาติของมัน..เสื้อผ้าของผมหลุดไปตอนไหนก็ไม่รู้..
ฉิบหาย..
“ไม่เอาแล้ว พอๆ ไอ้บ้าปล่อยนะ”
อากาศเย็นฉ่ำที่ปะทะเข้ามาทำให้ผมรู้สึกตัว.. ดิ้นรนกระเสือกกระสนหนี..ใบหน้าร้อนเห่อ..บ้าที่สุดเลยทำไมผมต้องมาตกอยู่ในสภาพแบบนี้ด้วย..
ไอ้แจจุงแกทำไมไม่ขัดขืน..มันต้องเป็นเพราะผมเมาแน่ๆ !! (ใครเชื่อผมบ้าง)
แต่ยังไม่ทันได้ไปไหนทั้งตัวก็ถูกรวบไว้.. นั่งอยู่บนตักของยุนโฮก่อนใบหน้าหล่อจะก้มลงมาดูดเม้มที่ซอกคอพร้อมๆกับใช้มือหยอกล้อกับยอดอกผมเล่น.. ขนลุกซู่ขึ้นมาทันใด..
“ปล่อย ไม่..อ๊ะ..” ร้องเสียงหลงเมื่อโดนสัมผัสส่วนอ่อนไหว.. อาการดิ้นรนเปลี่ยนเป็นนั่งนิ่งตัวแข็งทื่อ ..แม้จะมีผ้าบางๆปิดกั้นไว้ แต่ไม่อาจปิดกั้นความร้อนที่ส่งมาจากมือหนานั้นได้เลย..ส่วนนั้นของผมเริ่มขยายตัวในจังหวะเดียวกับที่ผมรู้สึกว่ามีอะไรดุนดันมาจากด้านล่าง..
“หึ..ชอบไหม” เสียงทุ้มพร่าถามขึ้นทำให้ทำได้สติอีกครั้ง..พอตะเกียดตะกายหนีมันก็สัมผัสเข้าที่ส่วนกลางลำตัวของผมหนักๆจนร่างกายของผมอ่านยวบอีกครั้ง..
“ส่วนนี้ของนายมันเริ่มขยาย..ท่าทางนายคงชอบนะ”
“ฮึก..ไอ้บ้า ไม่ใช่สักหน่อย..ปล่อยสิโว้ยย..อ๊ะ...”
“ปากแข็ง”
ผมถูกจับหันหน้าเข้าหาร่างกายกำยำนั้นก่อนยุนโฮ..โดยที่ผมนั่นคร่อมยุนโฮไว้ และขาของผมมันก็ต้องแยกออกกว้างอย่างช่วยไม่ได้.. หน้าร้อนเห่อขึ้นทันที แล้วพอกำลังขยับหนีริมฝีปากนั่นก็บดจูบปากผมอย่างร้อนแรงอีกครั้ง..และอีกครั้งที่ผมเคลิ้มไปกับจูบนั่น.. เราเปลี่ยนมุมองศาใบหน้าของเราเพื่อให้สัมผัสกันได้อย่างลึกซึ้ง ลิ้นร้อนเข้ามาเกี่ยวกระหวัด .. ผมหูอื้อตาลายไปหมด.. ครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะที่ผมได้แต่ระทวยอ่อนยวบอยู่แบบนี้.. ผมไม่อาจต้านทานได้เลย
“อ๊ะ..นี่มัน..” ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมแทรกเข้ามาจากช่องทางด้านหลัง.. ไม่..ไม่นะ..ผมดิ้นรนหนี..หากแต่เมื่อนิ้วเรียวนั้นค่อยๆแทรกเข้ามาลึกล้ำยิ่งขึ้น..อึก.. ผมก็ได้แต่นั่งช็อคคาที่อยู่แบบนั้น..พร้อมๆกับอารมณ์หลากหลายถูกปลุกปั่นขั้นมา.. ปลายเท้าจิกลงกับที่นอนทันทีเมื่อนิ้วที่แทรกเข้ามาเริ่มจำนวน..
โดยไม่รู้ตัวผมโยกตัวไปข้างหน้าแล้วกอดคอยุนโฮไว้แน่น เพื่อให้นิ้วของยุนโฮแทรกเข้ามาได้ง่ายขึ้น.. พร้อมๆกับเสียงทุ้มครางแผ่ว..
“อืมม..จ.. แจจุง”
“ไม่..ไม่มันไม่ใช่แบบนี้..อ๊ะ..”
หัวใจผมแทบระเบิด.. พร้อมๆกับนิ้วนั้นเริ่มขยับ.. ผมลืมไปเลยว่าเมื่อครู่จะต่อต้านมันอย่างไร..จนในที่สุดผมก็เกือบถึงฝั่งฝัน..แต่ยังหรอกยุนโฮถอนนิ้วออกไปก่อน.. แล้วเข้ามาใหม่.. มันเล่นกับร่างกายของผมจนสับสนงุนงงไปหมด.. อารมณ์ค่อยๆถูกปลุกยิ่งขึ้นเมื่อมันเริ่มจู่โจมด้านหน้าของผมอีกครั้ง..มือหนากำรอบน้องชายผมแล้วรูดขึ้นลงไปมา ..
อารมณ์พุ่งทะยานสูงขึ้นเรื่อยๆจากจากขยับข้อมือและนิ้วของยุนโฮ.. แล้วมันก็เพิ่มการจู่โจมด้วยริมฝีปากหยักที่ไล่ดูดเม้มไปตามซอกคอขาว..ลิ้นร้อนไล้เลียผิวกายละเอียดไปมาเรื่อยๆจนมาหยุดที่เม็ดทับทิมสีชมพูที่ผมแสนจะภาคภูมิใจ.. ส่วนตัวผมน่ะหรอก็ได้แต่นั่งย้วยบนหน้าตักให้คนตัวใหญ่รังแกอย่างไม่มีทางขัดขืนได้ มีแต่ผมเสียอีกที่ถูกแกล้งเมื่ออารมณ์ผมกำลังจะพุ่งสูงสุดไอ้หมีบ้าบางตัวก็หยุดไว้เสียอย่างนั้น..
“อื้อ..อึก..ไอ้บ้า” ผมคราวแผ่วพร้อมตีแผ่นหลังกว้างอย่างประท้วงเมื่อผมถูกปั่นอารมณ์ขึ้นมาแล้วหยุดนิ่งให้ค้างคาเป็นรอบที่สามแล้ว..
ผมว่าผมได้ยินเสียงหัวเราะอยู่ในลำคอของมัน..ฟังดูไม่หน้าไว้ใจ.. แต่อะไรก็ช่างเถอะนาทีนี้ผมไม่สนใจอะไรอีกแล้ว..รู้แต่ว่าผมอารมณ์ค้าง..และทำได้แต่บิดตัวไปมาเท่านั้นมานานแล้ว..
“อา..อยากให้ยุนโฮต่อไหม” เสียงทุ้มแหบพร่าดังขึ้น.. ผมพยักหน้ารับทันทีอย่างไม่คิดหน้าคิดหลังแล้ว..
“บอกก่อนสิว่าแจจุงจะไม่ดื้อแล้ว แล้วยุนโฮจะ...” พูดค้างไว้แค่นั้นมันก็ขยับนิ้วมือที่คาอยู่ที่ช่องทางของผมอย่างยั่วยวน.. ผมได้แต่เม้มปากแน่นและบิดตัวไปมาอีกครั้ง...
“มะ..ไม่..ไม่บอก”
“จริงหรอ” ยุนโฮขยับนิ้วอีกครั้ง..และครั้งนี้ก็เข้ามาลึกกว่าเดิมมากๆ..และมันก็ทำให้สติอันน้อยนิดของผมขาดผึงทันที..
“อ๊า.. มะ..ไม่..ไม่ดื้อแล้ว...ระ..เร็วๆ..”
“แล้วแจจุงรักยุนโฮไหม”
“ฉันมะ..ไม่..ไม่ได้ชอบผู้ชายเสีย..อ๊ะ..หน่อย..แต่กับนายฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน..ยะ..อย่ามากดดันกันได้ไหม..ฉันก็สับสนอยู่นะ”
ยุนโฮขยับนิ้วเข้าออกในตอนที่ผมพูดไปด้วยและมันก็ทำให้ผมหลุดออกมาหมดเปลือก..
และคำพูดของตัวเองนั่นมันก็ทำให้ผมช็อค..พอๆกับยุนโฮที่ชะงักไป..
ไม่ใช่นะ.. ผมพูดอะไรออกไปเนี่ยย !!
“แจจุง..” เสียงทุ้มคราวแผ่ว.. ใบหน้าที่เต็มไปด้วยอารมณ์นั่นยิ้มกว้าง.. ตอนนี้ใบหน้าของยุนโฮมีอารมณ์สุขใจเด่นกว่าอารมณ์อื่นเป็นไหนๆ ก่อนที่มือหนาจับเอวผมไว้.. ยกตัวผมขึ้นเล็กน้อยแล้วรูดชั้นในตัวจิ๋ว..สมบัติชิ้นเดียวบนตัวผมทิ้งอย่างไม่ใยดี..เสร็จแล้วยุนโฮก็ปลดตะขอกางเกงแล้วเอาส่วนนั้นแทรกเข้ามาในร่างกายผม..
“อ๊าาา..อึก..เจ็บ..เจ๊บบ..ไม่เอาแล้วว”
มันเจ็บจนทำให้ผมร้องลั่น.. ดิ้นหนีแต่ยุนโฮรวบตัวผมเอาไว้มั่น..พร้อมกับชะงักรอให้ผมปรับตัวก่อนที่พายุอันร้อนระอุพัดกระหน่ำเข้ามา.. ร่างของผมถูกจับโยกขึ้นลงตามแต่ใจของอีกฝ่าย..เสียงทุ้มแหบพร่าของยุนโฮนั้นครางต่ำออกมาให้ได้ยินเป็นระยะ..ดูมีความสุข..สุขสม.. ในขณะตัวผมนั้นก็ได้แต่ผวาเข้ากอดไหล่หนาไว้แน่นๆเท่านั้น..
พอพายุอันเร่าร้อนสงบลง สติก็กลับหวนมาอีกครั้งหนึ่ง..
อ๊ากกกก ฉิบหาย ตายห่าแล้ว แจจุง..นายกำลังทำบ้าอะไรอยู่ตรงนี้เนี่ย.. ฝัน..มันต้องเป็นแค่ความฝันแน่ๆ ตะเกียดตะกายหนีอีกครั้ง แต่โดนเจ้าคนบ้าอำนาจเค้าตัวไว้ได้ก่อนโดนปล้ำจูบอีกรอบ ผมดิ้นพยศสุดแรงเกิด..คราวนี้ผมจะไม่ยอมแน่ๆ.. ผมเอื้อมมือไปที่ส่วนนั้นของมันที่ทำร้ายผมเมื่อครู่ก่อนจะออกแรงบีบเต็มเหนี่ยว..
“โอ้ยยยย !! แจจุง !!”
มันตะโกนลั่นแล้วก็ปล่อยตัวผมให้เป็นอิสระ ได้โอกาสแล้วผมก็กัดฟันทนเจ็บวิ่งหนีทันที.. ขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำก่อนปล่อยให้สายน้ำปะทะร่างกายที่มีแต่ร่องรอยสีกุหลาบ.. เจ็บกาย เจ็บใจ ครั้งนี้จะโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเอง..
ยอมเขาตั้งขนาดนั้น คิมแจจุงยังเหลือความแมนอยู่บ้างไหม..
จบแล้ว จบเห่ ตายห่า ตายแน่ๆๆ คิมแจจุงเอ๋ย ผมเอามือยีหัวตัวเองด้วยอารมณ์สับสน.. เมา..มันต้องเป็นเพราะเมาแน่ๆ โอ้ย..ตอนนี้ผมกำลังจะเป็นบ้าอยู่แล้ว..
ก๊อกๆ เสียงเคาะประดูดังขึ้น..
“แจจุงออกมาเดี๋ยวนี้นะ” เสียงทุ้มดังรอดเข้ามา แล้วผมก็หันไปแลบลิ้นใส่..ออกไปให้โง่สิ
แปลก..ผมไม่ได้มีอารมณ์เกรี้ยวกราด หวาดกลัว ขวัญเสียเหมือนครั้งแรก..
เฮ้ยยย !! นี่ผมเป็นอะไรกันแน่ !!
“รู้ตัวสักที..ได้โปรดสิแจจุง..รับรู้ทีว่าหัวใจของนายน่ะมันก็เต้นแรงเหมือนกันกับฉัน”
เสียงนั่นดังเข้ามาในหัวอีกครั้ง..อะไรกัน..ความรู้สึกนี้มันคืออะไร..เหมือนว่าตัวเองกำลังอ่อนแอลงเรื่อยๆ..ไม่ชอบเลย..
ไม่ชอบจริงๆหรอ..เสียงหนึ่งในความคิดค้านขึ้นมา..และผมก็ไม่กล้าหาคำตอบให้ตัวเองเหมือนกัน..
.....
ผมปาร์คยูชอน..
เอิ้ก..
ผมกำลังมาวว.. แต่ยังมีสตินะเออ.. อย่างน้อยผมก็ไม่กลับไปในห้องที่สุดแสนจะอันตรายนั่น..ห้องที่มีเด็กน้อยที่เซ็กซี่ที่สุดในโลกแบบนั้น..โอ้ยยย..ปาร์คยูชอนอยากตาย..ทำไมผมไม่จับปล้ำทำเมียไปเลยนะ.. แล้วทำไมต้องมานั่งฟุ้งซ่านแบบนี้ด้วย..
มันไม่ใช่นิสัยของคาสโนว่าเล้ยยย..
คิมจุนซูจะมีอิธพลต่อปาร์คยูชอนมากไปแล้วน๊า
เมื่อครู่..หลังจากที่ได้ยินเสียงครางนั่นทำให้ผมได้สติกลับมาแล้วหยุดไว้ทันที หากแต่อารมณ์ของผมเนี่ยสิมันหยุดได้เหมือนปิดสวิทซ์เสียเมื่อไหร่..ยิ่งหลังจากได้ยินเสียงครางหวานหูแบบนั้นแล้ว..โอ้ย ปาร์คยูชอนแทบจะทนไม่ไหว.. แต่ก็พยายามนอนนิ่งๆ แล้วข่มตาลงให้หลับไปเสียที..
แต่ว่า..
“ย..ยูชอน..ฮึก..เค้าเป็นอะไรก็ไม่รู้”
ตายๆๆๆ.. เสียงหวานที่ฟังดูแหบพร่าเล็กน้อยนั่นทำเอาปาร์คยูชอนแทบจะกัดสิ้นตายไห้มันรู้แล้วรู้รอดไปดีกว่ามารับรู้ว่าอารมณ์ตัวเองมันกู่ไม่กลับแล้วแบบนี้..
อย่านะ..ไอ้ปาร์ค.. จุนซูยังเด็กเกินไป..
“ยู..ชอน..เค้า..ฮึก..ฮือออ..”
คิมจุนซูร้องไห้..เห้ย เวรล่ะ !! ผมรีบกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งทันที..แต่แล้วก็ต้องชะงักงันเมื่อเห็นร่างเล็กที่นั่งคลุกเข่าอยู่ข้างกายเต็มๆตา..เสื้อผ้านั้นยังหลุดลุ่ยไม่เข้าที่จากฝีมือของผมเองนั้นก็ยังไม่เข้าที่เหมือนเดิม ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่พยายามจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อยเลยสักนิด .. ทำให้เห็นไหนถึงไหนต่อไหน.. ยิ่งดวงตาใสๆเล็กๆที่มองมาเอ่อไปด้วยน้ำตาแบบเว้าวอนแบบนี้..
ตอนนี้มองอย่างไงคิมจุนซูก็ดูว่าเซ็กซี่มากกว่าน่ารักเป็นไหนๆ..
เอื้อก..ปาร์คยูชอนคนโฉดกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากช้าๆ..
“จุนจัง..ไม่ว่าตอนนี้จะรู้สึกอย่างไงก็แล้วแต่..แต่จุนควรจะหลับตาแล้วนอนซะ รู้ไหม”
อย่างน้อย..ปาร์คยูชอนก็เป็นคนดีพอที่จะหักห้ามใจตัวเองได้..
“ต..แต่จุนนอนไม่หลับ..ฮึก..จุนรู้สึกแปลกๆ..รู้สึกร้อนไปหมด..จุนเป็นไข้หรอ..ต..แต่ไม่ใช่อ่ะ..จุนกลัวว่าจะตายอ่ะ..ยูชอน”
โอ้ย..อยากรู้นักตอนนี้คิมจุนซูกำลังทดสอบความอดทนของปาร์คยูชอนหรอไงเนี่ย.. ผมสูดลมหายใจเข้าช้าๆก่อนพูดออกไปแบบชัดๆ
“จุนจังครับ..มันไม่ตายหรอก มันเป็นแค่ความต้องการพื้นฐานธรรมชาติที่ทุกคนมี.. จุนจังควรจะไปช่วยตัวเองเงียบๆคนเดียว ดีกว่ามาบอกยูชอนแบบนี้เพราะมันจะทำให้จุนจังไม่ปลอดภัย”
ผมว่าวันนี้ผมพูดตรงที่สุดในชีวิตแล้วนะ.. ไม่อยากเชื่อว่าคนกะล่อนแบบผมจะไม่ยอมฉวยโอกาสนี้ไว้..ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงหลอกให้เด็กคนนี้ตกเป็นของผมไปนานแล้ว.. แต่อย่างว่าแหละความรักที่ผมมีให้เด็กคนนี้มันเพิ่มขึ้นอีกระดับแล้ว..รักที่ปกป้องไม่ใช่ทำลาย..
แต่ดูเหมือนว่าจุนจังเด็กน้อยจะไม่ค่อยให้ความร่วมมือกับผมเท่าไหร่ ดูสิ..นั่งอ้าปากค้างกระพริบตาปริบๆแบบนี้..
ผมก็มีความอดทนจำกัดนะครับ..
“ม..ไม่เข้าใจอ่ะ”
น่านไง..
“ยูชอนทำให้ความอึดอัดนี่หายไปจากจุนไม่ได้หรอ”
ปัดโถ่ว้อย..
สิ้นคำพูดนั้นผมก็รั้งร่างเล็กเข้ามาบดจูบอย่างเร่าร้อนทันที ซึ่งจุนซูก็ตอบรับไว้โดยไม่ขัดขืนใดๆทั้งสิ้น.. คาสโนว่าหนุ่มยิ่งได้ใจก่อนจะปลดเสื้อผ้าที่หลุดลุยของเด็กน้อยทิ้งอย่างง่ายดายเพราะตอนแรกมันก็เกือบหลุดอยู่มะรอมมะร่อแล้ว.. ผมแนบริมฝีปากเข้าไปที่ซอกคอขาวดูดเม้มจนพอใจแล้วเลื้อยไปที่อกเล็กๆขาวๆนั่น.. ยิ่งผมดูดเม้มเม็ดทับทิมเล็กๆนั่นเท่าไหร่ดูเหมือนคนใต้ร่างก็แอ่นรับเข้ามามากเท่านั้น..
“ฮืออ..ย..ยูชอนจุน..จะตายอยู่แล้ว..จุนจะตายไหม..ยูชอน” เสียงแหบพร่า..ไร้เดียงสาดังขึ้น..ทั้งดูสับสนและงุนงง แต่ร่างเล็กก็ตอบรับเขาอย่างเงอะๆงะๆไม่ได้ขัดขืนอะไร..
ในขณะที่ปากบดจูบดูดดังอยู่ที่เม็ดทับทิมแสนหวาน..มือก็เลื้อยไปตามลำตัวเล็กๆก่อนอ้อมไปด้านหลังแล้วหยุดอยู่ที่สะโพกกลมกลึงเต็มไม้เต็มมือ.. มือหนาออกแรงบีบเค้นตามที่ใจอยากมานาน..
“อือ..ยูชอนอย่าจับตูดจุนนะ” เสียงเล็กประท้วงก่อนจะดิ้นหนี..แต่ก็หนีไม่พ้นหรอก ร่างเล็กกลับมาอยู่ใต้ร่างของผมอีกครั้ง..ใบหน้าหน้ารักแดงซ่าน..
“อย่าจับนะ..มันน่าเกลียดจะตาย”
ผมเลิกสนใจด้านหลังมาที่ส่วนหน้าแทน..ผมค่อยๆรูดกางเกงนอนของจุนซูออกไป..และนั่นทำให้ดวงตาใสๆเล็กๆนั่นเบิกกว้างขึ้นทันที ก่อนเสียงหวานจะดังลั่น
“อ๊า..ยูชอนทำอะไรอ่ะ!!!”
ขาเรียวเล็กรีบหุบเข้าหากันทันที..
“ถ้าเมื่อไหร่จุนรู้อะไรๆมากกว่านี้ก็รับรู้ไว้ด้วยว่าสิ่งที่ยูชอนจะทำไม่ใช่ล่วงเกิน แต่แค่จะสอนไว้เท่านั้น จำไว้ให้ดีล่ะ แล้วถ้ารู้สึกแบบนี้อีกก็ไม่ต้องบอกยูชอน จุนต้องทำเองนะ”
ผมพูดก่อนที่จะแยกขาเล็กออกจากกันช้าๆ แก่นกายสีสวยขนาดพอเหมาะปรากฏตรงหน้าทำให้ผมต้องกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากอีกครั้ง..พยายามข่มอารมณ์ตัวเองไว้..วันนี้ผมไม่ได้จะมาปล้ำจุนซูทำเมีย แต่แค่จะสอนให้เด็กคนนี้รู้เรื่องทางโลกโลกีย์เพิ่มอีกนิด..ครั้งต่อไปจะได้ทำเอง..แล้วไม่ต้องตกอยู่ในขีดอันตรายแบบนี้อีกก็เท่านั้น..
ผมค่อยๆรูดรั้งแก่นกายของจุนจังอย่างช้าๆแล้วเพิ่มจังหวะขึ้นเรื่อยๆตามอารมณ์..
“อ๊ะ..อา..ยูชอน ย..ยูชอน” เสียงหวานที่ครางเรียกชื่อผมอยู่ตลอดเวลานั้นทำเอามือไม้ผมสั่น.. ช่วงล่างของผมเริ่มปวดหนึบขึ้นมาทันใด.. โอ้ย ปาร์ค ตายๆๆๆ ผมรูดรั้งลูบคลำแก่นกายเล็กของคนตรงหน้าไปก็หลับตาปี๋..นึกถึงพ่อแม่คำสอนต่างๆที่เคยได้เรียนรู้มา..
ยุบหนอพองหนอ..โอ้ย น้องยังเด็กนัก อดใจไว้หน่อย..
“อา..จุนซู”
โว้ย.. แล้วผมจะครางออกมาทำไมเนี่ย..!! สักพักผมก็รู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวไหล่..พอลืมตาขึ้นผมก็รู้ว่าตอนนี้จุนซูกำลังยึดหัวไหล่ของผมไว้แน่น..เล็บสั้นๆที่ตัดเป็นระเบียบนั้นกำลังจิกลงไปอย่างคนที่ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่แล้วหาทางระบาย..
และภาพตรงหน้าที่ปรากฏแก่สายตาผมนั้น..ร่างเล็กนั้นได้แต่นอนหลับตาแน่น ใบหน้าขาวใสอมชมพูนั้นตอนนี้แดงแจ๋เป็นลูกตำลึงสุก ปากแดงๆจิ้มลิ้มนั้นเผยอขึ้นเล็กน้อย ก่อนครวญครางออกมาเป็นบางครั้งบางคราวตามอารมณ์ที่ผมพาไป ผมสีน้ำตาลอ่อนที่ล้อมกรอบใบหน้าหวานนั้นตอนนี้กระจายเต็มหมอน.. ไม่สามารถละสายตาได้เลย..
คิมจุนซู..ตอนนี้ทำไมทั้งสวยและเซ็กซี่ได้ขนาดนี้นะ.. ไม่อยากจะเชื่อว่าความจริงแล้วร่างเย้ายวนที่บิดกายใต้ร่างผมตอนนี้เป็นเพียงเด็กน้อยใสซื่อเท่านั้น.. จุนจังช่างทำเรื่องประหลาดใจให้ผมได้เสมอๆจริงๆ...
ในที่สุดจุนซูก็ปลดปล่อยออกมา..ผมมองร่างเล็กที่ได้แต่นอนอ่อนระทวยนั้นก็เม้มปากนิ่ง.. ผมสับสนเหลือเกิน พระเจ้าไม่อยากให้ผมเป็นคนดีขนาดนั้นเชียวหรอถึงได้ส่งบททดสอบสุดหินนี่มาให้.. ความคิดด้านดีและด้านชั่วตีกันให้วุ่น..ในที่สุดผมก็ได้แต่เอาผ้าห่มคลุมกายขาวนี่ไว้ลวกๆก่อนที่จะหนีออกมาจากห้องก่อนที่ผมจะทำอะไรขาดสติลงไป...
แล้วตอนนี้ผมก็ได้แต่เมาอยู่แบบนี้ไง..โอ้ย ปวดหัวๆๆ ผมควรจะทำอย่างไรต่อไปดี..
ปาร์คยูชอนอยากจะบ้า...
ภาพตอนนั้นของจุนซูก็ยังติดตาไม่หาย..
โอ้ยๆๆๆ ถึงจะหักห้ามใจได้แต่จิตนาการของผมก็ปู้ยี่ปู้ยำจุนจังไปถึงไหนต่อไหนแล้ว.. อ๊าก แล้วแบบนี้ผมจะทนไปได้แค่ไหนกัน..
ผมก็มีความอดทนจำกัดนะครับ !!!
....
“ถ้าอยากให้พูดก็อย่าดื้อสิ”
มันพูดแบบนั้นเสร็จ ผมก็เงียบ มันก็เงียบ.. ได้ยินแต่เสียงหัวใจผมเต้นผิดจังหวะเท่านั้น.. ดื้อหรอ..ผมดื้อหรอ ใช้คำซะน่ารักเชียวนะไอ้หมีบ้า ผมไม่ใช่เด็กๆแล้วเสียหน่อย..
“ทำไมต้องไปกินเหล้าด้วย ไม่รู้หรือไงพรุ่งนี้ก็ต้องทำงานแต่เช้า”
ใช้น้ำเสียงอย่างกับกำลังดุเด็ก.. ผมไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ..
ไอ้บ้า..
“เจอยูชอน” ผมตอบมันกลับไปสั้นๆ.. แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยได้ใจความเท่าไหร่
“แล้วยังไง” มันถามต่อ..เสียงห้วน.. ผมอารมณ์ไม่ดีขึ้นมาทันที..มันบอกว่าผมพูดไม่เพราะ ไม่มีหางเสียง แล้วทีมันล่ะ..พูดแข็งทื่อ ใช้เสียงต่ำๆ ทำหน้าโหด ทำตาดุแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนกันล่ะจริงไหม ผมไม่ยอมหรอกนะ..
ผมยักไหล่.. สะบัดข้อมือออกจากมือมัน..ผมเป็นอิสระแล้ว.. ยิ้มกวนมันกลับไปในขณะที่จับปอยผมตัวเองเล่น ก่อนพูดลอยๆขึ้นมา.. ไม่ตอบคำถามนั่น...
“ไม่รู้จุนซูจะหายขวัญเสียหรือยัง..เจอยัยบ้านั่นทำตั้งขนาดนั้น นึกแล้วโมโหจริงๆ”
ทันทีที่ผมพูดจบ ดวงตาคู่คมมองมาอย่างหนักใจก่อนเสียงทุ้มดังขึ้น..
“รู้ตัวบ้างไหมว่าเป็นห่วง”
ใครจะไปรู้ล่ะ..ไอ้บ้า..
“ความจริงอยากเจอจุนซูมากกว่า..เมื่อเย็นก็ลืมถามมัวแต่แกล้งไอ้ไก่ปาร์คเพลินไปหน่อย..สงสัยต้องไว้วันพรุ่งนี้แล้วล่ะ” ผมยังคงไม่สนใจในเรื่องที่มันพูดต่อไป.. ยังจดจ่ออยู่ที่เรื่องจุนซูเหมือนเดิม..
“แจจุง..”
เสียงแข็งมาเชียว..แบบนี้เรียกว่าผมดื้อไหมนะ.. ไม่รู้ล่ะ ไม่สนแล้ว คราวนี้มันจะงอนก็งอนไปผมไม่ง้อแล้วด้วย
“แต่จุนจังคงไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ ไอ้ไก่มันต้องปลอบของมันแล้ว ถ้าไม่ทำสิ พ่อจะเฉือนให้...”
“...”
นั่นไง เงียบไปแล้ว..งอนไปเลย ไม่ง้อหรอก.. ดูสิ ถ้าผมไม่สนมันจะมาไม้ไหนนะ..
“อ่า..จะว่าไป.. พรุ่งนี้ยัยนั่นจะมาอีกไหมนะ หึหึ..ลองมาสิ คงจะสนุกพิลึก...อุ๊บ..”
!!
อยู่ๆปากหยักก็จูบลงมาแนบชิดเสียอย่างนั้น..
ผมที่ไม่ทันตั้งตัวนั้นก็ลืมขัดขืนไปเสียสนิท ปากหยักที่บดเบียดเข้ามาอย่างอ่อนโยนนั้น เริ่มร้อนแรงขึ้นทันใดเมื่อปลายลิ้นของยุนโฮนั้นแทรกเข้ามาเกี่ยวกระหวัดพัวพันจนงุนงง.. ร่างกายถูกอ้อมแขนใหญ่กอดกระชับ..มือหนาเลื้อยเข้ามาในเสื้อแล้วลากไล้ไปทั่วแผ่นหลังจนมาหยุดที่สะโพกเล็ก..ก่อนก้นนิ่มๆของผมจะถูกบีบอย่างหมั่นเคี้ยว
อ๊ะ..
เฮ้ยย..!!
มันทำให้ผมได้สติแล้วรีบดันตัวออกทันใด..แต่ทำไม่ได้ ยุนโฮรัดผมแน่นเกินไป.. เขารวบร่างผมไว้แล้วอุ้มไปที่เตียง..
“เฮ้ยยย !! หมีๆตั้งสติหน่อยดิ กฎข้อ7ห้ามยุนโฮทำลามกอนาจารหรือ..อุ๊บ..” ยุนโฮจูบลงมาอีกครั้งผมก็หมดสิทธิ์พูดไปโดยปริยาย.. ลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดเข้ามาอีกครั้ง..ร่างกายผมก็อ่อนยวบ.. นี่ผมต้านทานยุนโฮไม่ได้เลยหรือไง..
เพราะผมเมา..ผมต้องเมาแน่ๆ..ต้องเป็นเพราะเหล้าแน่ๆที่ผมไม่มีแรงขัดขืนแบบนี้..
“แจจุงยอมเป็นของยุนโฮ..”
!!
“นะคะ”
ห๊ะ..
เฮ้ย.. เดี๋ยวๆ.. ผมรีบให้มือดันหน้ามันไว้ก่อนพูดเสียงรัวออกไป..
“ไม่เอาๆ ไอ้หมีบ้าปล่อยนะเว้ยย.. ปล่อย ทำอะไรเนี่ยยย..!!”
แล้วมันก็จัดการรวบข้อมือผมไว้เหนือศีรษะเสร็จสับ.. ใบหน้าคมค่อยๆก้มต่ำลงมาอย่างง่ายดายเมื่อไม่มีมือของผมกั้นแล้ว.. หากแต่หยุดชะงักก่อนที่ปากหยักจะแนบลงมาชิด..
เราสบสายตากันในระยะประชิด.. ดวงตาคู่นั้นสั่นไหว ก่อนยุนโฮจะสูดหายใจลึกแล้วพูดออกมาด้วยเสียงที่เจือไปด้วยความอัดอั้น..
“หยุดเรื่องจุนซูสักวินาทีได้ไหมแจจุง แล้วมาสนใจเรื่องของเราบ้างเถอะ..”
ห๊ะ..หา..
“ฉันรักนายนะ.. นายเลิกแกล้งทำเป็นเพิกเฉยต่อความรู้สึกของฉันเสียที”
คำพูดนั้นทำให้ผมอ้าปากค้างเหวอ.. ก่อนที่ยุนโฮจะเริ่มต่อ...
“แล้วความรู้สึกของตัวนายเองน่ะ.. นายจะปิดกั้นไม่รับไม่รู้ไปถึงไหน..” พูดจบมันก็ดึงมือผมไปทาบตรงหน้าอกข้างซ้ายของตัวผมเองก่อนที่ปากหยักจะกดจูบลงมาอย่างนิ่มนวล..
ตึก ตึก ตึก..
“รู้สึกอะไรบ้างไหม..”
“...”
“รู้ตัวสักที..ได้โปรดสิแจจุง..รับรู้ทีว่าหัวใจของนายน่ะมันก็เต้นแรงเหมือนกันกับฉัน”
ตึก ตึก ตึก..
อะไรกันทำไมหัวใจเต้นแรงขนาดนี้..มันเกิดอะไรกับผม...
....
มันต้องเป็นเพราะเหล้าไอ้ไก่ปาร์คแน่ๆๆ !!
ทำไมกัน..ผมก็ไม่อาจต้านทานอะไรได้เลย..ตั้งแต่มันบดจูบเข้ามา.. อารมณ์พยศของผมหายวับไปไหนก็ไม่รู้.. ยอมมันอย่างง่ายดายเมื่อลิ้นร้อนนั่นเข้ามาตักตวงความหวาน.. รสจูบดูดดื่มนั้นทำให้ผมเคลิบเคลิ้ม มือหนาเลื่อนเข้ามาใต้เสื้อสัมผัสทั้งส่วนบนและส่วนล่าง.. อารมณ์ดิบถูกปลุกขึ้นมาตามธรรมชาติของมัน..เสื้อผ้าของผมหลุดไปตอนไหนก็ไม่รู้..
ฉิบหาย..
“ไม่เอาแล้ว พอๆ ไอ้บ้าปล่อยนะ”
อากาศเย็นฉ่ำที่ปะทะเข้ามาทำให้ผมรู้สึกตัว.. ดิ้นรนกระเสือกกระสนหนี..ใบหน้าร้อนเห่อ..บ้าที่สุดเลยทำไมผมต้องมาตกอยู่ในสภาพแบบนี้ด้วย..
ไอ้แจจุงแกทำไมไม่ขัดขืน..มันต้องเป็นเพราะผมเมาแน่ๆ !! (ใครเชื่อผมบ้าง)
แต่ยังไม่ทันได้ไปไหนทั้งตัวก็ถูกรวบไว้.. นั่งอยู่บนตักของยุนโฮก่อนใบหน้าหล่อจะก้มลงมาดูดเม้มที่ซอกคอพร้อมๆกับใช้มือหยอกล้อกับยอดอกผมเล่น.. ขนลุกซู่ขึ้นมาทันใด..
“ปล่อย ไม่..อ๊ะ..” ร้องเสียงหลงเมื่อโดนสัมผัสส่วนอ่อนไหว.. อาการดิ้นรนเปลี่ยนเป็นนั่งนิ่งตัวแข็งทื่อ ..แม้จะมีผ้าบางๆปิดกั้นไว้ แต่ไม่อาจปิดกั้นความร้อนที่ส่งมาจากมือหนานั้นได้เลย..ส่วนนั้นของผมเริ่มขยายตัวในจังหวะเดียวกับที่ผมรู้สึกว่ามีอะไรดุนดันมาจากด้านล่าง..
“หึ..ชอบไหม” เสียงทุ้มพร่าถามขึ้นทำให้ทำได้สติอีกครั้ง..พอตะเกียดตะกายหนีมันก็สัมผัสเข้าที่ส่วนกลางลำตัวของผมหนักๆจนร่างกายของผมอ่านยวบอีกครั้ง..
“ส่วนนี้ของนายมันเริ่มขยาย..ท่าทางนายคงชอบนะ”
“ฮึก..ไอ้บ้า ไม่ใช่สักหน่อย..ปล่อยสิโว้ยย..อ๊ะ...”
“ปากแข็ง”
ผมถูกจับหันหน้าเข้าหาร่างกายกำยำนั้นก่อนยุนโฮ..โดยที่ผมนั่นคร่อมยุนโฮไว้ และขาของผมมันก็ต้องแยกออกกว้างอย่างช่วยไม่ได้.. หน้าร้อนเห่อขึ้นทันที แล้วพอกำลังขยับหนีริมฝีปากนั่นก็บดจูบปากผมอย่างร้อนแรงอีกครั้ง..และอีกครั้งที่ผมเคลิ้มไปกับจูบนั่น.. เราเปลี่ยนมุมองศาใบหน้าของเราเพื่อให้สัมผัสกันได้อย่างลึกซึ้ง ลิ้นร้อนเข้ามาเกี่ยวกระหวัด .. ผมหูอื้อตาลายไปหมด.. ครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะที่ผมได้แต่ระทวยอ่อนยวบอยู่แบบนี้.. ผมไม่อาจต้านทานได้เลย
“อ๊ะ..นี่มัน..” ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมแทรกเข้ามาจากช่องทางด้านหลัง.. ไม่..ไม่นะ..ผมดิ้นรนหนี..หากแต่เมื่อนิ้วเรียวนั้นค่อยๆแทรกเข้ามาลึกล้ำยิ่งขึ้น..อึก.. ผมก็ได้แต่นั่งช็อคคาที่อยู่แบบนั้น..พร้อมๆกับอารมณ์หลากหลายถูกปลุกปั่นขั้นมา.. ปลายเท้าจิกลงกับที่นอนทันทีเมื่อนิ้วที่แทรกเข้ามาเริ่มจำนวน..
โดยไม่รู้ตัวผมโยกตัวไปข้างหน้าแล้วกอดคอยุนโฮไว้แน่น เพื่อให้นิ้วของยุนโฮแทรกเข้ามาได้ง่ายขึ้น.. พร้อมๆกับเสียงทุ้มครางแผ่ว..
“อืมม..จ.. แจจุง”
“ไม่..ไม่มันไม่ใช่แบบนี้..อ๊ะ..”
หัวใจผมแทบระเบิด.. พร้อมๆกับนิ้วนั้นเริ่มขยับ.. ผมลืมไปเลยว่าเมื่อครู่จะต่อต้านมันอย่างไร..จนในที่สุดผมก็เกือบถึงฝั่งฝัน..แต่ยังหรอกยุนโฮถอนนิ้วออกไปก่อน.. แล้วเข้ามาใหม่.. มันเล่นกับร่างกายของผมจนสับสนงุนงงไปหมด.. อารมณ์ค่อยๆถูกปลุกยิ่งขึ้นเมื่อมันเริ่มจู่โจมด้านหน้าของผมอีกครั้ง..มือหนากำรอบน้องชายผมแล้วรูดขึ้นลงไปมา ..
อารมณ์พุ่งทะยานสูงขึ้นเรื่อยๆจากจากขยับข้อมือและนิ้วของยุนโฮ.. แล้วมันก็เพิ่มการจู่โจมด้วยริมฝีปากหยักที่ไล่ดูดเม้มไปตามซอกคอขาว..ลิ้นร้อนไล้เลียผิวกายละเอียดไปมาเรื่อยๆจนมาหยุดที่เม็ดทับทิมสีชมพูที่ผมแสนจะภาคภูมิใจ.. ส่วนตัวผมน่ะหรอก็ได้แต่นั่งย้วยบนหน้าตักให้คนตัวใหญ่รังแกอย่างไม่มีทางขัดขืนได้ มีแต่ผมเสียอีกที่ถูกแกล้งเมื่ออารมณ์ผมกำลังจะพุ่งสูงสุดไอ้หมีบ้าบางตัวก็หยุดไว้เสียอย่างนั้น..
“อื้อ..อึก..ไอ้บ้า” ผมคราวแผ่วพร้อมตีแผ่นหลังกว้างอย่างประท้วงเมื่อผมถูกปั่นอารมณ์ขึ้นมาแล้วหยุดนิ่งให้ค้างคาเป็นรอบที่สามแล้ว..
ผมว่าผมได้ยินเสียงหัวเราะอยู่ในลำคอของมัน..ฟังดูไม่หน้าไว้ใจ.. แต่อะไรก็ช่างเถอะนาทีนี้ผมไม่สนใจอะไรอีกแล้ว..รู้แต่ว่าผมอารมณ์ค้าง..และทำได้แต่บิดตัวไปมาเท่านั้นมานานแล้ว..
“อา..อยากให้ยุนโฮต่อไหม” เสียงทุ้มแหบพร่าดังขึ้น.. ผมพยักหน้ารับทันทีอย่างไม่คิดหน้าคิดหลังแล้ว..
“บอกก่อนสิว่าแจจุงจะไม่ดื้อแล้ว แล้วยุนโฮจะ...” พูดค้างไว้แค่นั้นมันก็ขยับนิ้วมือที่คาอยู่ที่ช่องทางของผมอย่างยั่วยวน.. ผมได้แต่เม้มปากแน่นและบิดตัวไปมาอีกครั้ง...
“มะ..ไม่..ไม่บอก”
“จริงหรอ” ยุนโฮขยับนิ้วอีกครั้ง..และครั้งนี้ก็เข้ามาลึกกว่าเดิมมากๆ..และมันก็ทำให้สติอันน้อยนิดของผมขาดผึงทันที..
“อ๊า.. มะ..ไม่..ไม่ดื้อแล้ว...ระ..เร็วๆ..”
“แล้วแจจุงรักยุนโฮไหม”
“ฉันมะ..ไม่..ไม่ได้ชอบผู้ชายเสีย..อ๊ะ..หน่อย..แต่กับนายฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน..ยะ..อย่ามากดดันกันได้ไหม..ฉันก็สับสนอยู่นะ”
ยุนโฮขยับนิ้วเข้าออกในตอนที่ผมพูดไปด้วยและมันก็ทำให้ผมหลุดออกมาหมดเปลือก..
และคำพูดของตัวเองนั่นมันก็ทำให้ผมช็อค..พอๆกับยุนโฮที่ชะงักไป..
ไม่ใช่นะ.. ผมพูดอะไรออกไปเนี่ยย !!
“แจจุง..” เสียงทุ้มคราวแผ่ว.. ใบหน้าที่เต็มไปด้วยอารมณ์นั่นยิ้มกว้าง.. ตอนนี้ใบหน้าของยุนโฮมีอารมณ์สุขใจเด่นกว่าอารมณ์อื่นเป็นไหนๆ ก่อนที่มือหนาจับเอวผมไว้.. ยกตัวผมขึ้นเล็กน้อยแล้วรูดชั้นในตัวจิ๋ว..สมบัติชิ้นเดียวบนตัวผมทิ้งอย่างไม่ใยดี..เสร็จแล้วยุนโฮก็ปลดตะขอกางเกงแล้วเอาส่วนนั้นแทรกเข้ามาในร่างกายผม..
“อ๊าาา..อึก..เจ็บ..เจ๊บบ..ไม่เอาแล้วว”
มันเจ็บจนทำให้ผมร้องลั่น.. ดิ้นหนีแต่ยุนโฮรวบตัวผมเอาไว้มั่น..พร้อมกับชะงักรอให้ผมปรับตัวก่อนที่พายุอันร้อนระอุพัดกระหน่ำเข้ามา.. ร่างของผมถูกจับโยกขึ้นลงตามแต่ใจของอีกฝ่าย..เสียงทุ้มแหบพร่าของยุนโฮนั้นครางต่ำออกมาให้ได้ยินเป็นระยะ..ดูมีความสุข..สุขสม.. ในขณะตัวผมนั้นก็ได้แต่ผวาเข้ากอดไหล่หนาไว้แน่นๆเท่านั้น..
พอพายุอันเร่าร้อนสงบลง สติก็กลับหวนมาอีกครั้งหนึ่ง..
อ๊ากกกก ฉิบหาย ตายห่าแล้ว แจจุง..นายกำลังทำบ้าอะไรอยู่ตรงนี้เนี่ย.. ฝัน..มันต้องเป็นแค่ความฝันแน่ๆ ตะเกียดตะกายหนีอีกครั้ง แต่โดนเจ้าคนบ้าอำนาจเค้าตัวไว้ได้ก่อนโดนปล้ำจูบอีกรอบ ผมดิ้นพยศสุดแรงเกิด..คราวนี้ผมจะไม่ยอมแน่ๆ.. ผมเอื้อมมือไปที่ส่วนนั้นของมันที่ทำร้ายผมเมื่อครู่ก่อนจะออกแรงบีบเต็มเหนี่ยว..
“โอ้ยยยย !! แจจุง !!”
มันตะโกนลั่นแล้วก็ปล่อยตัวผมให้เป็นอิสระ ได้โอกาสแล้วผมก็กัดฟันทนเจ็บวิ่งหนีทันที.. ขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำก่อนปล่อยให้สายน้ำปะทะร่างกายที่มีแต่ร่องรอยสีกุหลาบ.. เจ็บกาย เจ็บใจ ครั้งนี้จะโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเอง..
ยอมเขาตั้งขนาดนั้น คิมแจจุงยังเหลือความแมนอยู่บ้างไหม..
จบแล้ว จบเห่ ตายห่า ตายแน่ๆๆ คิมแจจุงเอ๋ย ผมเอามือยีหัวตัวเองด้วยอารมณ์สับสน.. เมา..มันต้องเป็นเพราะเมาแน่ๆ โอ้ย..ตอนนี้ผมกำลังจะเป็นบ้าอยู่แล้ว..
ก๊อกๆ เสียงเคาะประดูดังขึ้น..
“แจจุงออกมาเดี๋ยวนี้นะ” เสียงทุ้มดังรอดเข้ามา แล้วผมก็หันไปแลบลิ้นใส่..ออกไปให้โง่สิ
แปลก..ผมไม่ได้มีอารมณ์เกรี้ยวกราด หวาดกลัว ขวัญเสียเหมือนครั้งแรก..
เฮ้ยยย !! นี่ผมเป็นอะไรกันแน่ !!
“รู้ตัวสักที..ได้โปรดสิแจจุง..รับรู้ทีว่าหัวใจของนายน่ะมันก็เต้นแรงเหมือนกันกับฉัน”
เสียงนั่นดังเข้ามาในหัวอีกครั้ง..อะไรกัน..ความรู้สึกนี้มันคืออะไร..เหมือนว่าตัวเองกำลังอ่อนแอลงเรื่อยๆ..ไม่ชอบเลย..
ไม่ชอบจริงๆหรอ..เสียงหนึ่งในความคิดค้านขึ้นมา..และผมก็ไม่กล้าหาคำตอบให้ตัวเองเหมือนกัน..
.....
2011/11/15(火)
4 หลอกลวง
ก่อนที่แจจุงจะมาถึงนั้น... ยุนโฮทราบดีอยู่แล้วว่าแจจุงจะต้องมาหาเขาในอีกไม่กี่นาทีข้าหน้าเนื่องจากเขาได้รับโทรศัพท์กิตติมาศักดิ์จากประมุขใหญ่แห่งตระกูลคิมที่ยอมลดตัวโทรเข้ามาหาเขาตัวตัวเอง...
“อีกไม่นานลูกชายของฉันคงจะถึงบ้านของแก.. ฉันใจดี..ให้โอกาสแกบอกปฏิเสธเขาทุกอย่างด้วยตัวแกเอง ถ้าแกไม่อยากเดือดร้อนไปกว่านี้ทำตามที่ฉันสั่งซะ.. หวังว่าสมองของแกจะเข้าใจที่ฉันพูดนะ... แกก็น่าจะรู้ดีว่าตอนนี้แกกับพวกฉันมันอยู่กันคนละโลก...ฉันมีเงินและอำนาจส่วนแกมันก็แค่หมาจนตรอก...จริงๆแล้วฉันไม่อยากทำร้ายคนไม่มีทางสู้หรอกนะ...” นัยน์คมประกายวาบขึ้นมาทันใดเมื่อได้ยินคำพูดอันแสนเจ็บแสบนั่น ก่อนมือหนาจะบีบโทรศัพท์มือสองราคาถูกแน่นด้วยโทสะที่เกิดขึ้น..
“ แล้วอย่างไงครับ..” น้ำเสียงเรียบนิ่งไม่ยินดียินร้ายถูกเอ่ยออกไปก่อนที่เสียงหัวเราะต่ำจากปลายสายจะดังขึ้น...
“หึ..ฉันน่ะไม่อะไรหรอก... แต่ตัวแกน่ะ...คงยังไม่อยากกลายเป็นร่างไร้วิญญาณเหมือนพ่อแม่..สินะ.... คิดให้ดีๆแล้วกัน...” แล้วโทรศัพท์ก็ถูกตัดสายไปเหลือไว้แต่ความเครียดแค้นพวยพุ่งออกจากตัวของยุนโฮอย่างไม่ขาดสาย... ดวงตาคู่คมวาวโรจน์เหมือนสัตว์ร้ายที่ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสแล้วขอสู้ตายสักครั้ง...
ภาพพ่อแม่ของเขานอนจมกองเลือดผุดวาบเข้ามาในมโนสำนึก.. พ่อแม่ของเขาเสียชีวิตหลังจากแขกคนสำคัญกลับไปได้ไม่นาน...แขกคนสำคัญที่มาทำให้เขาได้กระจ่างใจว่าคนที่คิดว่ารักกันที่แท้นั้นทรยศกันได้..อย่างเลือดเย็น...
จากภาพถ่าย..คู่รักชายหญิงที่เหมาะสมกันที่สุด
และคลิปเสียงคุ้นเคยที่จำได้ดี... “ผมรักคุณจริงๆนะครับโบอา........” เสียงหวานนั้นเงียบไปสักพัก...แล้วเสียงซ่าๆดังขึ้นเหมือนโทรศัพท์ถูกรบกวนสัญญาณให้ขาดหายไปสักพัก...ก่อนเสียงหวานดังขึ้นใหม่ทำให้คนฟังปวดร้าวสิ้นดี.. “........ไม่จริงครับคุณไปเอามาจากไหน......ยุนโฮ......เป็นแค่ของเล่นแก้เซ็งของผมเท่านั้น......ของเล่นที่ซื่อสัตย์เท่านั้น....”
อะไรกัน....
ไม่จริง....
ความรักที่บ่มเพาะมาแสนนานนั้นกลายเป็นเพียงของเล่นให้ความบันเทิงกับอีกฝ่ายเท่านั้นหรอกหรือ...ยุนโฮคิดด้วยหัวใจปวดร้าว..... เหมือนจะตอกย้ำความจริงเข้าไปอีกเมื่อเสียงหลายเสียงที่มีคนเคยพูดไว้นั้นก็ดังก้องในหัวจนมือใหญ่ต้องกุมไว้แน่น...
ห่าง...เขายอมรับว่าหลังจากเรียนจบพอเริ่มทำงานนั้นก็ไม่ค่อยมีเวลาให้กัน ... มีหลายคนบอกว่าแจจุงเปลี่ยนไป....
นายไม่รู้จริงๆหรอ...ว่าแท้จริงแล้วแฟนนายน่ะ...ร่าน... ใครๆก็รู้ว่าผู้บริหารคนสวยคนนั่นน่ะ...ใช้ร่างกายในการเจรจาธุรกิจ....
ไม่จริง...
นายน่ะ... ไม่ค่อยอยู่เกาหลีเลยนะ รู้ไหมว่านายน่ะกำลังปล่อยให้แฟนนายเหงา... ยิ่งช่วงหลังตั้งเกือบปี..ใครจะรอได้....
ไม่มีทาง...
แจจุงยังคงรักเขา..คิดแบบนั้นเสมอมาจนกระทั้ง...ธุรกิจของเขาเริ่มถดถอย..กำไรเริ่มกลายเป็นหนี้สิน...ช่วงที่ยากลำบากนั้น...คนที่ได้ชื่อว่าเป็นคนรักเริ่มห่างหายไป.... จากเจอหน้ากันตลอดกลายเป็นสักเดือนนึงได้เจอกันเพียงแค่สองสามครั้ง...เมื่อเขาโทรไปก็สายเป็นสายไม่ว่างหรือตัดสายตลอด...
จนกระทั้งทุกอย่างสูญสิ้น...ล้มละลาย ประมุขใหญ่แห่งตระกูลคิมก้าวเข้ามาแล้วเฉลยเรื่องราวทุกอย่าง...ที่เขาไม่อยากจะยอมรับ...
พอกันที...ลาก่อนนะ...คิมแจจุง...
ที่แท้...ก็แค่หลอกลวงกันสินะ..
เจ็บยังไม่ทันหาย...แล้วก็เจอร่างไร้วิญญาณของพ่อและแม่....
อาจเรียกได้ว่า...เจ็บเจียนตาย...
สับสน.. เสียใจ... เจ็บแค้น... ความรู้สึกหลากหลายปะปนกันไปหมด.... พระเจ้าโกรธแค้นอะไรชองยุนโฮนักหรือ...จึงให้เขาพบเจอเรื่องแบบนี้พร้อมๆกันด้วย....
แล้วสำนวนคดีก็ถูกปิดลงอย่างง่ายดาย...ฆ่าตัวตาย...
ทำไมกัน..ความยุติธรรมอยู่ที่ไหน....
เห็นแก่ความรัก...ไม่สิ...ความหลังที่ดูคล้ายความรักนั้น...ทำให้เขาคิดว่าจะอโหสิเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้วเดินจากไปอย่างผู้แพ้.... หากแต่ทำไมคิมแจจุงต้องดึงรั้งชองยุนโฮไว้ด้วย... กลัวว่าของเล่นจะหายไปงั้นหรอ...คุณกลัวอะไรกัน ในเมื่อของเล่นของคนรวยๆนั้นก็ไม่น่าจะมีเพียงชิ้นเดียว.... คนเรามันก็มีความอดทนจำกัด....
ไม่มีอีกแล้ว... ตอนนี้เปลวไฟแห่งโทสะ โมหะ นั้นได้ลุกโหมกระพือในจิตใจของชายหนุ่มอีกครั้ง...
เดี๋ยวเราจะได้เห็นดีกัน... ตอนนี้ยุนโฮเลือกแล้วว่าจะ...แก้แค้น... ทั้งตระกูลควอนและตระกูลคิมจะต้องพังพินาศไปตามกัน...
...
น้ำตาที่ไหลรินออกมาจากดวงตาคมนั้นมันไม่ใช่น้ำตาแห่งความเศร้าเสียใจและเจ็บปวดเหมือนที่ร่างบางเข้าใจ หากแต่เป็นน้ำตาแห่งความเครียดแค้น ชิงชัง และโทสะมหาศาล.. ตาคมมองใบหน้าหวานที่เปอะคราบน้ำตาแห่งความเจ็บปวดนิ่งงัน.. แทบจะไม่รู้สึกอะไรเสียด้วยซ้ำกับมือบางกำลังลูบตามใบหน้าของเขาอย่างแผ่วเบาราวกับกำลังปลอบประโลม...
มันไม่มีอะไรปลอบประโลมหัวใจที่ตายด้านได้อีกแล้วนอกจากจะเห็นความเจ็บปวดแสนสาหัสจากกลุ่มคนที่เรียกได้ว่าเป็นศัตรู...
ก่อนที่ปากหยักของร่างสูงจะทาบทับริมฝีปากบางอย่างแผ่วเบาแล้วจูบเม้มริมฝีปากแดงๆนั้นด้วยความอ่อนโยนก่อนจะแทรกเข้าไปตักตัวความหอมหวานในโปรงปากนุ่มนั้นอย่างนุ่มนวลเป็นที่สุด.. ปลายลิ้นตวัดเล่นกับลิ้นเล็กอย่างหยอกล้อก่อนจะเข้าสำรวจทุกพื้นที่อย่างชำนาญจนร่างเล็กเริ่มสะท้านและหมดแรงอย่างคนที่เริ่มเมามายไปกับรสจูบอันอ่อนโยนนั่นจนต้องเกาะบ่าคนตัวสูงไว้แน่น...
ถึงแม้แทบหมดแรงยืนแต่หัวใจดวงน้องของแจจุงนั้นเริ่มพองฟูเต็มไปด้วยความปิติกับความอ่อนโยนที่ได้รับ...จากจูบอันแสนอ่อนโยน....
ยุนโฮคนเดิมกลับมาแล้ว...
แนบเนียน...จนร่างบางไม่มีทางได้ล่วงรู้อย่างแน่นอน... จูบอ่อนโยนนั่นแท้จริงแล้วเป็นจูบที่กำลังหลอกล่อ..หลอกลวง...ราวกับใยแมงมุมที่กับลังรอให้เหยื่อหลงมาติดกับ...
และคิมแจจุงก็ติดกับของชองยุนโฮเข้าแล้ว... เมื่อร่างบางยอมให้คนตัวสูงโอบอุ้มแล้วพาไปที่ห้องนอนเล็กทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยหวาดกลัวสถานที่นี้มากเพียงใดก็ลืมเสียสิ้น...เมื่อยังหลงมัวเมากับรสจูบลึกล้ำที่ยุนโฮส่งมาปรนเปรออย่างไม่ขาดสาย
เพราะไม่มีประสบการณ์..จึงแพ้ให้กับคนที่ชำนาญ..
เพราะรัก..จึงพ่ายแพ้ให้กับคนที่หมดรัก...
แผ่นหลังบางค่อยๆถูกดันติดกับที่นอนแข็งกระด้างเพราะผ้าปูที่นอนนั้นเป็นเพียงผ้าเนื้อหยาบธรรมดาๆก่อนที่ร่างหนาจะลงมาทาบทับแล้วปากหยักก็ไล้จูบไปทั่วไปหน้าหวานก่อนที่จะไล้ลงมาที่คองามระหงก่อนที่จะค่อยๆไปตามไหล่ขาวที่มือหนาได้ปลดกระดุมสามเม็ดแรกรอไว้ก่อนแล้วเมื่อให้ได้เห็นไหล่ขาวนวลเนียนโผล่ออกมาชัดเจนสายตา.. ซึ่งทำให้อารมณ์ดิบเถื่อนของร่างสูงประทุได้อย่างไม่ยากเย็น...
“เรียกชื่อผม..” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นก่อนที่จะขบเม้นเข้าที่ลำคอขาวผ่องทำเอาร่างบางที่อยู่ใต้ร่างนั้นสะท้ายเฮือกก่อนที่เสียงหวานจะดังออกมาอย่างว่าง่าย..
“ฮื้ออ... ยุนโฮ...”
แล้วปากหยักก็ยกยิ้มอย่างพอใจแล้วสอดมือไปสัมผัสร่างขาวใต้ร่มผ้าราวกับกับลังจะให้รางวัล..ซึ่งนั้นก็ทำให้ร่างบางนั้นสั่นสะท้านได้ไม่น้อย.. ก่อนที่สายตาคมจะเหลือบมองไปยังบนตูเสื้อผ้าเก่าๆของเขาที่มีกล้องวีดีโอสุดหรูที่ได้หยิบยืมมาจาก..ปาร์คยูชอน...เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่ไม่ได้ทิ้งกันไปไหนในยามที่เขาอยู่ในสภาพตกต่ำแบบนี้...
จะตั้งชื่อคลิปร้อนนี้ว่าอะไรดีนะ.. ยุนโฮคิดขณะที่สองมือกำลังลูปไล้ไปทั่วร่างกายขาวเนียนใต้ร่างที่สั่นสะท้านตามมือหนาไปเสียทุกจุดที่นิ้วเรียวยาวลากผ่าน..ก่อนจะยกยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อคิดอะไรดีๆได้...
ชื่อ...คุณหนูร่านรักดีไหมนะ...
“ถอดเสื้อออกสิแจจุง” เสียงทุ้มพูดขึ้นก่อนจะขบเม้มที่ใบหูขาวทำให้ขนทั่วร่างกายของร่างบางลุกชัน.. เมื่อได้ยินแบบนั้นใบหน้าที่ขึ้นสีระเรื่ออยู่ก่อนแล้วก็ขึ้นสีแดงเข้มขึ้นไปอีกก่อนที่จะส่ายใบหน้าไปมาอย่างเขินอาย...
ซึ่งทำให้ปากหยักนั้นจิ๊ปากอย่างขัดใจก่อนมือหนาจะถอดเสื้อเนื้อดีแบรนต์หรูออกจากร่างกายขาวอย่างง่ายดายแล้วค่อยๆพรมจูบไปทั่วอกขาวก่อนที่จะหยุดอยู่ที่ทับทิมแสนสวยที่น่ากินเป็นที่สุด.. ว่าแล้วปากหยักก็เข้าครอบครองยอดอกสีสวยก่อนขบเม้มดูดดึงราวกับหิวกระหาย ส่วนอีกข้างมือหนาก็ฟอนเฟ้นเคล้นคลึงให้ร่างบางต้องสั่นสะท้านอย่างเท่าเทียม
“อึก..อื้อ ยุน...” เสียงหวานร้องครางราวกับจะขาดใจทำให้ปากหยักยกยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนที่จะไล้ลิ้นตามผิวกายขาวละเอียดลงต่ำเรื่อยๆจนหยุดอยู่ที่ขอบกางเกงก่อนที่มือหนาจะเลื่อนกางเกงนั้นไปอยู่ที่ปลายขาเรียวก่อนที่มาจัดการร่างบางที่เริ่มขยับตัวหนีอย่างหวาดกลัว.. หากแต่ทันทีที่มือหนาสัมผัสเข้าที่ส่วนอ่อนไหวของคนตัวเล็กแล้วนั้น.. ท่าทีต่อต้านก็มลายหายไปสิ้นเหลือแต่ร่างกายขาวที่นอนอ่อนระทวยรอรับสัมผัส..
แล้วจับร่างกายขาวเปลือยเปล่าพลิกคว่ำก่อนจะสัมผัสรูดรั้งแก่นกายของแจจุงอย่างเนิบนาบค่อยเป็นค่อยไปพร้อมกลับพรมจูบตามหลังขาวก่อนที่จะเริ่มขยับมือถี่ระรัวขึ้นเมื่อคนตรงหน้าเริ่มสั่นสะท้านและขยับตัวรับจะหวะที่มือหนาชักนำ
“อ๊าา..ยุน..ไม่ไหวแล้ว...”
สิ้นเสียงหวานรัญจวนมือหนาก็กดส่วนปลายนั้นไว้ไม่ให้ได้รับการปลดปล่อย.. ใบหน้าหวานหันมาอย่างประท้วงก่อนปากหยักจะฉกจูบเข้าที่ริมฝีปากเจ่อแดงอีกครั้ง... ครั้งนี้แจจุงเริ่มจูบตอบรับอย่างเก้ๆกังๆหากแต่สร้างความเสี่ยวซ่านให้กลับยุนโฮไม่น้อยเมื่อแจจุงเริ่มเลียนแบบ..ดูดดึงลิ้นร้อนของเขาที่ล้วงลึกเข้าไปในโพรงปากหวาน..
จนปากหยักต้องรีบถอนจูบออกมาเมื่อรู้สึกอึดอัดและปวดร้าวบริเวณส่วนกลางร่างกายยิ่งนัก..ยังไม่ใช่ตอนนี้..เสียงทุ้มบอกกับตัวเองก่อนจะเริ่มขยับมือหยอกเร้ากับส่วนกลางของร่างบางทำให้แจจุงบิดกายอย่างเสี่ยวซ่าน...สติสูญสิ้นทุกอย่างเมื่อถูกโลกแห่งราคะที่ไม่เคยได้สัมผัสเข้าครอบงำ..ตอนนี้ในสมองของแจจุงขาวโพรนไปหมด..รู้เพียงอย่างเดียงคืออยากสัมผัสร่างหนาของคนที่ตนรักตรงหน้าเท่านั้น...
มือขาวเริ่มปลดเสื้อผ้าของร่างสูงออกอย่างเร่งร้อน.. ก่อนที่ยุนโฮจะล้มตัวนอนดูเฉยๆไม่ช่วยร่างบางที่ตอนนี้นั่งคร่อมอยู่ที่ท้องแกร่งของตนปลดเสื้อผ้าเลยสักนิด.. ไม่ช้าไม่เร็ว..เสื้อราคาถูกของยุนโฮก็ลอยไปตกอยู่ข้างเตียงด้วยน้ำมือของแจจุง
ก่อนที่มือบางเริ่มไล้ไปตามร่างกายแกร่งของยุนโฮพร้อมกับกดปากบางของตัวเองจูบลงไปตามที่มือขาวลากผ่าน..เหมือนที่ยุนโฮทำเมื่อครู่.. ก่อนที่จะดึงกางเกงของร่างสูงออกจากสะโพกสอบหากแต่เมื่อเห็นแก่นกายของยุนโฮที่ตั้งผงาดออกมาเมื่อดึงกางเกงออกไปได้เพียงนิดใบหน้าขาวก็ขึ้นสีแดงอีกครั้ง ก่อนความเขินอายจะกลับคืนเข้าสู่จิตสำนึกก่อนจะถอยหลังไปชนที่กำแพง.. แล้วใบหน้าหวานก็ส่ายไปมา...
“พ..พอแค่นี้เถอะนะ ยุนโฮ..ไม่เอาแล้ว”
แต่ท่าทีปฏิเสธนั่นก็กลับกลายเป็นอ่อนระทวยทันทีตามกลเกมตันหาราคะมัวเมาและลุ่มหลงที่ยุนโฮได้สร้างขึ้นอีกครา.. ร่างบางสั่นสะท้านทุกครั้งที่มือหนาและปากหยักเข้ามาสัมผัสก่อนท่าทีเขินอายจะหายไปหลงเหลือแต่เพียงความต้องการตามธรรมชาติที่ประทุขึ้นมาอย่างไม่ขาดสาย...
“ย..ยุนเข้ามา..เสียที” เสียงหวานร้องออกมาเมื่อความอดทนถึงขีดสุดเมื่อคนตัวสูงมัวเล่นหยอกเล่นกับร่างกายขาวอยู่ได้ ไม่“เอา”จริงเสียทีและเมื่อร่างบางจะถึงฝั่งฝันร่างหนาที่คุมเกมอยู่ด้านบนก็ชะงักงันปล่อยให้สวรรค์ที่เห็นรำไรหายไปในพริบตา..ซ้ำแล้วซ้ำเล่า...
สิ้นเสียงเรียกร้องแหบพร่านั่นปากหยักก็ยกยิ้มขึ้นที่มุมปากก่อนที่จะดันแจจุงขึ้นด้านบน แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แหบสั่นไม่แพ้กัน...
“จัดการเลย..คุณหนู...”
ร่างบางนั่งนิ่งอย่างไม่รู้จะทำอะไรชั่วครู่ ก่อนมือใหญ่จะรวบสองมือขาวของแจจุงไว้แล้วจับมือเล็กให้มาสัมผัสแก่นกายของตนที่ตั้งผงาดอยู่..และทันทีที่มือนุ่มเข้าสัมผัสส่วนอ่อนไหวนั้น ร่างทั้งร่างก็กระตุกเก็ง..ความปวดราวแล่นจี๊ดเข้ามาที่กลางลำตัว ก่อนที่เสียงทุ้มแหบพร่าก็ดังออกมาจากปากหยักแบบที่ไม่สามารถอดกั้นได้อีกแล้ว...
“อ่า..ซี๊ดด..เยี่ยมมากครับ..อา แบบนั้น...จับมันแล้วค่อยๆใส่เข้าไปในนั้น...ของคุณ”
ใบหน้าหวานพยักหน้ารับก่อนค่อยๆยกสะโพกสวยของตัวเองขึ้นสูงแล้วจ่อส่วนอ่อนไหวขนาดใหญ่ของร่างสูงไว้ที่ทางเข้าสีสวยของตนแล้วค่อยๆกดตัวเองลงต่ำ แต่ก็ต้องชะงักแล้วกรี๊ดร้องสุดเสียงเมื่อของยุนโฮเข้าไปได้เพียงนิด...
“จ..เจ็บบบ ไม่เอาแล้ววว...”เสียงหวานกรีดร้องสุดเสียงก่อนที่จะขยับสะโพกหนีสิ่งแปลกปลอมที่ล่วงล้ำเข้ามาหากแต่ก็ไม่สามารถที่จะทำได้เพราะว่าเส้นทางอ่อนนุ่มของตนนั้นได้บีบรัดสิ่งนั้นไว้แน่น.. อีกทั้งยังมีมือแกร่งรั้งสะโพกของตนไว้มั่นพร้อมกับคิ้วหนาๆของคนใต้ร่างขมวดยุ่งและปากหยักเม้มแน่นเม็ดเหงื่อเริ่มผุดพรายตามใบหน้าคม.. ก่อนเสียงทุ้มแหบพร่าจะพูดขึ้น...
“อึก.. อย่าทำแบบนั้นมันจะทำให้ผมเจ็บ...แจจุง..อา...คุณดันตัวเองเข้ามาเดี๋ยวนี้..แล้วทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี”
ริมสีปากบางเม้มแน่น..ก่อนน้ำตาเม็ดเป้งจะปริ่มออกมาทางหางตาเมื่อเริ่มดันตัวเองเข้าไปตามคำสั่งนั้นอย่างว่าง่ายแม้จะรู้สึกเจ็บแสบเจียนตายราวกับร่างทั้งร่างได้ถูกแบ่งแยกเป็นสองส่วนอย่างช้าๆ..มือและขาเริ่มสั่นเทาไปหมด..
ในการกระทำนั้น...ที่ทำให้ร่างหนึ่งเจ็บปวดเจียนตาย ก็ทำให้อีกร่างเสียวซ่านและหฤหรรษ์ได้อย่างมากมาย... แต่ก็ยังไม่ทันใจร่างสูงใหญ่ที่ดันสวนสะโพกเข้าหาร่างบางจนสุดปลายทางจนคนด้านบนกรีดร้องสุดเสียงด้วยความเจ็บปวดก่อนที่ยุนโฮจะดันร่างเล็กไปใต้ร่างเมื่อแจจุงเอาแต่นั่งตัวสั่นอยู่ได้แล้วเขาก็เริ่มขยับกายโดยที่แจจุงได้แต่เม้มปากแน่นข่มความเจ็บปวดไว้เท่านั้น....
ช่วงเวลาอันโหดร้ายได้ผ่านไปอย่างรวดเร็วเมื่อความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นก็แจจุงนั้นเริ่มมีความรู้สึกแปลกใหม่แทรกเข้ามา...เป็นความรู้สึกที่เจ้าตาก็อธิบายไม่ได้มันให้ความรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก... และมันทำให้ร่างบางหลงลืมความเป็นตัวเองอีกครั้งเมื่อเกี่ยวกระหวัดขาเรียวของตัวเองเข้ากับสะโพกสอบที่เคลื่อนที่อย่างรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ....
การกระทำนั้นเรียกรอยยิ้มพึงพอใจที่มุมปากของยุนโฮได้เป็นอย่างดี...ก่อนจะให้รางวัลคนตัวเล็กที่เริ่มเรียนรู้งานด้วยการขยับตัวถี่เร็วยิ่งขึ้นไปอีก...จนได้ยินเสียงเตียงไม้ขยับเอี๊ยดอ๊าดและเสียงร้องครวญครางของทั้งสองคนดังก้องห้องเล็กๆเก่าๆได้เป็นอย่างดี...
หึ...ถ้าหากประมุขใหญ่จอมหยิ่งทะนงของตระกูลคิมเห็นภาพร่านสวาทของลูกชายตัวเองในห้องเล็กเท่ารูหนูจะรู้สึกอย่างไรกันนะ...
และถ้าคนของตระกูลควอนเห็นภาพนี้ล่ะ...จะรู้สึกเสียหน้าแค่ไหน.... และทั้งสองตระกูลยังจะคงความสัมพันธ์เน่าๆที่แน่นแฟ้นกันได้ไหมนะ....
แล้วร่างสูงก็ปลดปล่อยเข้าไปในช่องทางของแจจุงเมื่อถึงสวรรค์เรียบร้อยแล้วพร้อมกับแจจุงก็ปลดปล่อยออกมาเปอะเปื้อนเต็มร่างกายของทั้งสองคนที่ยังคงเชื่อมติดกันก่อนที่ยุนโฮจะเริ่มขยับกายและบทรักอันแสนหวานที่เร่าร้อนก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง...และอีกครั้ง......
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ก่อนที่แจจุงจะมาถึงนั้น... ยุนโฮทราบดีอยู่แล้วว่าแจจุงจะต้องมาหาเขาในอีกไม่กี่นาทีข้าหน้าเนื่องจากเขาได้รับโทรศัพท์กิตติมาศักดิ์จากประมุขใหญ่แห่งตระกูลคิมที่ยอมลดตัวโทรเข้ามาหาเขาตัวตัวเอง...
“อีกไม่นานลูกชายของฉันคงจะถึงบ้านของแก.. ฉันใจดี..ให้โอกาสแกบอกปฏิเสธเขาทุกอย่างด้วยตัวแกเอง ถ้าแกไม่อยากเดือดร้อนไปกว่านี้ทำตามที่ฉันสั่งซะ.. หวังว่าสมองของแกจะเข้าใจที่ฉันพูดนะ... แกก็น่าจะรู้ดีว่าตอนนี้แกกับพวกฉันมันอยู่กันคนละโลก...ฉันมีเงินและอำนาจส่วนแกมันก็แค่หมาจนตรอก...จริงๆแล้วฉันไม่อยากทำร้ายคนไม่มีทางสู้หรอกนะ...” นัยน์คมประกายวาบขึ้นมาทันใดเมื่อได้ยินคำพูดอันแสนเจ็บแสบนั่น ก่อนมือหนาจะบีบโทรศัพท์มือสองราคาถูกแน่นด้วยโทสะที่เกิดขึ้น..
“ แล้วอย่างไงครับ..” น้ำเสียงเรียบนิ่งไม่ยินดียินร้ายถูกเอ่ยออกไปก่อนที่เสียงหัวเราะต่ำจากปลายสายจะดังขึ้น...
“หึ..ฉันน่ะไม่อะไรหรอก... แต่ตัวแกน่ะ...คงยังไม่อยากกลายเป็นร่างไร้วิญญาณเหมือนพ่อแม่..สินะ.... คิดให้ดีๆแล้วกัน...” แล้วโทรศัพท์ก็ถูกตัดสายไปเหลือไว้แต่ความเครียดแค้นพวยพุ่งออกจากตัวของยุนโฮอย่างไม่ขาดสาย... ดวงตาคู่คมวาวโรจน์เหมือนสัตว์ร้ายที่ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสแล้วขอสู้ตายสักครั้ง...
ภาพพ่อแม่ของเขานอนจมกองเลือดผุดวาบเข้ามาในมโนสำนึก.. พ่อแม่ของเขาเสียชีวิตหลังจากแขกคนสำคัญกลับไปได้ไม่นาน...แขกคนสำคัญที่มาทำให้เขาได้กระจ่างใจว่าคนที่คิดว่ารักกันที่แท้นั้นทรยศกันได้..อย่างเลือดเย็น...
จากภาพถ่าย..คู่รักชายหญิงที่เหมาะสมกันที่สุด
และคลิปเสียงคุ้นเคยที่จำได้ดี... “ผมรักคุณจริงๆนะครับโบอา........” เสียงหวานนั้นเงียบไปสักพัก...แล้วเสียงซ่าๆดังขึ้นเหมือนโทรศัพท์ถูกรบกวนสัญญาณให้ขาดหายไปสักพัก...ก่อนเสียงหวานดังขึ้นใหม่ทำให้คนฟังปวดร้าวสิ้นดี.. “........ไม่จริงครับคุณไปเอามาจากไหน......ยุนโฮ......เป็นแค่ของเล่นแก้เซ็งของผมเท่านั้น......ของเล่นที่ซื่อสัตย์เท่านั้น....”
อะไรกัน....
ไม่จริง....
ความรักที่บ่มเพาะมาแสนนานนั้นกลายเป็นเพียงของเล่นให้ความบันเทิงกับอีกฝ่ายเท่านั้นหรอกหรือ...ยุนโฮคิดด้วยหัวใจปวดร้าว..... เหมือนจะตอกย้ำความจริงเข้าไปอีกเมื่อเสียงหลายเสียงที่มีคนเคยพูดไว้นั้นก็ดังก้องในหัวจนมือใหญ่ต้องกุมไว้แน่น...
ห่าง...เขายอมรับว่าหลังจากเรียนจบพอเริ่มทำงานนั้นก็ไม่ค่อยมีเวลาให้กัน ... มีหลายคนบอกว่าแจจุงเปลี่ยนไป....
นายไม่รู้จริงๆหรอ...ว่าแท้จริงแล้วแฟนนายน่ะ...ร่าน... ใครๆก็รู้ว่าผู้บริหารคนสวยคนนั่นน่ะ...ใช้ร่างกายในการเจรจาธุรกิจ....
ไม่จริง...
นายน่ะ... ไม่ค่อยอยู่เกาหลีเลยนะ รู้ไหมว่านายน่ะกำลังปล่อยให้แฟนนายเหงา... ยิ่งช่วงหลังตั้งเกือบปี..ใครจะรอได้....
ไม่มีทาง...
แจจุงยังคงรักเขา..คิดแบบนั้นเสมอมาจนกระทั้ง...ธุรกิจของเขาเริ่มถดถอย..กำไรเริ่มกลายเป็นหนี้สิน...ช่วงที่ยากลำบากนั้น...คนที่ได้ชื่อว่าเป็นคนรักเริ่มห่างหายไป.... จากเจอหน้ากันตลอดกลายเป็นสักเดือนนึงได้เจอกันเพียงแค่สองสามครั้ง...เมื่อเขาโทรไปก็สายเป็นสายไม่ว่างหรือตัดสายตลอด...
จนกระทั้งทุกอย่างสูญสิ้น...ล้มละลาย ประมุขใหญ่แห่งตระกูลคิมก้าวเข้ามาแล้วเฉลยเรื่องราวทุกอย่าง...ที่เขาไม่อยากจะยอมรับ...
พอกันที...ลาก่อนนะ...คิมแจจุง...
ที่แท้...ก็แค่หลอกลวงกันสินะ..
เจ็บยังไม่ทันหาย...แล้วก็เจอร่างไร้วิญญาณของพ่อและแม่....
อาจเรียกได้ว่า...เจ็บเจียนตาย...
สับสน.. เสียใจ... เจ็บแค้น... ความรู้สึกหลากหลายปะปนกันไปหมด.... พระเจ้าโกรธแค้นอะไรชองยุนโฮนักหรือ...จึงให้เขาพบเจอเรื่องแบบนี้พร้อมๆกันด้วย....
แล้วสำนวนคดีก็ถูกปิดลงอย่างง่ายดาย...ฆ่าตัวตาย...
ทำไมกัน..ความยุติธรรมอยู่ที่ไหน....
เห็นแก่ความรัก...ไม่สิ...ความหลังที่ดูคล้ายความรักนั้น...ทำให้เขาคิดว่าจะอโหสิเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้วเดินจากไปอย่างผู้แพ้.... หากแต่ทำไมคิมแจจุงต้องดึงรั้งชองยุนโฮไว้ด้วย... กลัวว่าของเล่นจะหายไปงั้นหรอ...คุณกลัวอะไรกัน ในเมื่อของเล่นของคนรวยๆนั้นก็ไม่น่าจะมีเพียงชิ้นเดียว.... คนเรามันก็มีความอดทนจำกัด....
ไม่มีอีกแล้ว... ตอนนี้เปลวไฟแห่งโทสะ โมหะ นั้นได้ลุกโหมกระพือในจิตใจของชายหนุ่มอีกครั้ง...
เดี๋ยวเราจะได้เห็นดีกัน... ตอนนี้ยุนโฮเลือกแล้วว่าจะ...แก้แค้น... ทั้งตระกูลควอนและตระกูลคิมจะต้องพังพินาศไปตามกัน...
...
น้ำตาที่ไหลรินออกมาจากดวงตาคมนั้นมันไม่ใช่น้ำตาแห่งความเศร้าเสียใจและเจ็บปวดเหมือนที่ร่างบางเข้าใจ หากแต่เป็นน้ำตาแห่งความเครียดแค้น ชิงชัง และโทสะมหาศาล.. ตาคมมองใบหน้าหวานที่เปอะคราบน้ำตาแห่งความเจ็บปวดนิ่งงัน.. แทบจะไม่รู้สึกอะไรเสียด้วยซ้ำกับมือบางกำลังลูบตามใบหน้าของเขาอย่างแผ่วเบาราวกับกำลังปลอบประโลม...
มันไม่มีอะไรปลอบประโลมหัวใจที่ตายด้านได้อีกแล้วนอกจากจะเห็นความเจ็บปวดแสนสาหัสจากกลุ่มคนที่เรียกได้ว่าเป็นศัตรู...
ก่อนที่ปากหยักของร่างสูงจะทาบทับริมฝีปากบางอย่างแผ่วเบาแล้วจูบเม้มริมฝีปากแดงๆนั้นด้วยความอ่อนโยนก่อนจะแทรกเข้าไปตักตัวความหอมหวานในโปรงปากนุ่มนั้นอย่างนุ่มนวลเป็นที่สุด.. ปลายลิ้นตวัดเล่นกับลิ้นเล็กอย่างหยอกล้อก่อนจะเข้าสำรวจทุกพื้นที่อย่างชำนาญจนร่างเล็กเริ่มสะท้านและหมดแรงอย่างคนที่เริ่มเมามายไปกับรสจูบอันอ่อนโยนนั่นจนต้องเกาะบ่าคนตัวสูงไว้แน่น...
ถึงแม้แทบหมดแรงยืนแต่หัวใจดวงน้องของแจจุงนั้นเริ่มพองฟูเต็มไปด้วยความปิติกับความอ่อนโยนที่ได้รับ...จากจูบอันแสนอ่อนโยน....
ยุนโฮคนเดิมกลับมาแล้ว...
แนบเนียน...จนร่างบางไม่มีทางได้ล่วงรู้อย่างแน่นอน... จูบอ่อนโยนนั่นแท้จริงแล้วเป็นจูบที่กำลังหลอกล่อ..หลอกลวง...ราวกับใยแมงมุมที่กับลังรอให้เหยื่อหลงมาติดกับ...
และคิมแจจุงก็ติดกับของชองยุนโฮเข้าแล้ว... เมื่อร่างบางยอมให้คนตัวสูงโอบอุ้มแล้วพาไปที่ห้องนอนเล็กทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยหวาดกลัวสถานที่นี้มากเพียงใดก็ลืมเสียสิ้น...เมื่อยังหลงมัวเมากับรสจูบลึกล้ำที่ยุนโฮส่งมาปรนเปรออย่างไม่ขาดสาย
เพราะไม่มีประสบการณ์..จึงแพ้ให้กับคนที่ชำนาญ..
เพราะรัก..จึงพ่ายแพ้ให้กับคนที่หมดรัก...
แผ่นหลังบางค่อยๆถูกดันติดกับที่นอนแข็งกระด้างเพราะผ้าปูที่นอนนั้นเป็นเพียงผ้าเนื้อหยาบธรรมดาๆก่อนที่ร่างหนาจะลงมาทาบทับแล้วปากหยักก็ไล้จูบไปทั่วไปหน้าหวานก่อนที่จะไล้ลงมาที่คองามระหงก่อนที่จะค่อยๆไปตามไหล่ขาวที่มือหนาได้ปลดกระดุมสามเม็ดแรกรอไว้ก่อนแล้วเมื่อให้ได้เห็นไหล่ขาวนวลเนียนโผล่ออกมาชัดเจนสายตา.. ซึ่งทำให้อารมณ์ดิบเถื่อนของร่างสูงประทุได้อย่างไม่ยากเย็น...
“เรียกชื่อผม..” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นก่อนที่จะขบเม้นเข้าที่ลำคอขาวผ่องทำเอาร่างบางที่อยู่ใต้ร่างนั้นสะท้ายเฮือกก่อนที่เสียงหวานจะดังออกมาอย่างว่าง่าย..
“ฮื้ออ... ยุนโฮ...”
แล้วปากหยักก็ยกยิ้มอย่างพอใจแล้วสอดมือไปสัมผัสร่างขาวใต้ร่มผ้าราวกับกับลังจะให้รางวัล..ซึ่งนั้นก็ทำให้ร่างบางนั้นสั่นสะท้านได้ไม่น้อย.. ก่อนที่สายตาคมจะเหลือบมองไปยังบนตูเสื้อผ้าเก่าๆของเขาที่มีกล้องวีดีโอสุดหรูที่ได้หยิบยืมมาจาก..ปาร์คยูชอน...เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่ไม่ได้ทิ้งกันไปไหนในยามที่เขาอยู่ในสภาพตกต่ำแบบนี้...
จะตั้งชื่อคลิปร้อนนี้ว่าอะไรดีนะ.. ยุนโฮคิดขณะที่สองมือกำลังลูปไล้ไปทั่วร่างกายขาวเนียนใต้ร่างที่สั่นสะท้านตามมือหนาไปเสียทุกจุดที่นิ้วเรียวยาวลากผ่าน..ก่อนจะยกยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อคิดอะไรดีๆได้...
ชื่อ...คุณหนูร่านรักดีไหมนะ...
“ถอดเสื้อออกสิแจจุง” เสียงทุ้มพูดขึ้นก่อนจะขบเม้มที่ใบหูขาวทำให้ขนทั่วร่างกายของร่างบางลุกชัน.. เมื่อได้ยินแบบนั้นใบหน้าที่ขึ้นสีระเรื่ออยู่ก่อนแล้วก็ขึ้นสีแดงเข้มขึ้นไปอีกก่อนที่จะส่ายใบหน้าไปมาอย่างเขินอาย...
ซึ่งทำให้ปากหยักนั้นจิ๊ปากอย่างขัดใจก่อนมือหนาจะถอดเสื้อเนื้อดีแบรนต์หรูออกจากร่างกายขาวอย่างง่ายดายแล้วค่อยๆพรมจูบไปทั่วอกขาวก่อนที่จะหยุดอยู่ที่ทับทิมแสนสวยที่น่ากินเป็นที่สุด.. ว่าแล้วปากหยักก็เข้าครอบครองยอดอกสีสวยก่อนขบเม้มดูดดึงราวกับหิวกระหาย ส่วนอีกข้างมือหนาก็ฟอนเฟ้นเคล้นคลึงให้ร่างบางต้องสั่นสะท้านอย่างเท่าเทียม
“อึก..อื้อ ยุน...” เสียงหวานร้องครางราวกับจะขาดใจทำให้ปากหยักยกยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนที่จะไล้ลิ้นตามผิวกายขาวละเอียดลงต่ำเรื่อยๆจนหยุดอยู่ที่ขอบกางเกงก่อนที่มือหนาจะเลื่อนกางเกงนั้นไปอยู่ที่ปลายขาเรียวก่อนที่มาจัดการร่างบางที่เริ่มขยับตัวหนีอย่างหวาดกลัว.. หากแต่ทันทีที่มือหนาสัมผัสเข้าที่ส่วนอ่อนไหวของคนตัวเล็กแล้วนั้น.. ท่าทีต่อต้านก็มลายหายไปสิ้นเหลือแต่ร่างกายขาวที่นอนอ่อนระทวยรอรับสัมผัส..
แล้วจับร่างกายขาวเปลือยเปล่าพลิกคว่ำก่อนจะสัมผัสรูดรั้งแก่นกายของแจจุงอย่างเนิบนาบค่อยเป็นค่อยไปพร้อมกลับพรมจูบตามหลังขาวก่อนที่จะเริ่มขยับมือถี่ระรัวขึ้นเมื่อคนตรงหน้าเริ่มสั่นสะท้านและขยับตัวรับจะหวะที่มือหนาชักนำ
“อ๊าา..ยุน..ไม่ไหวแล้ว...”
สิ้นเสียงหวานรัญจวนมือหนาก็กดส่วนปลายนั้นไว้ไม่ให้ได้รับการปลดปล่อย.. ใบหน้าหวานหันมาอย่างประท้วงก่อนปากหยักจะฉกจูบเข้าที่ริมฝีปากเจ่อแดงอีกครั้ง... ครั้งนี้แจจุงเริ่มจูบตอบรับอย่างเก้ๆกังๆหากแต่สร้างความเสี่ยวซ่านให้กลับยุนโฮไม่น้อยเมื่อแจจุงเริ่มเลียนแบบ..ดูดดึงลิ้นร้อนของเขาที่ล้วงลึกเข้าไปในโพรงปากหวาน..
จนปากหยักต้องรีบถอนจูบออกมาเมื่อรู้สึกอึดอัดและปวดร้าวบริเวณส่วนกลางร่างกายยิ่งนัก..ยังไม่ใช่ตอนนี้..เสียงทุ้มบอกกับตัวเองก่อนจะเริ่มขยับมือหยอกเร้ากับส่วนกลางของร่างบางทำให้แจจุงบิดกายอย่างเสี่ยวซ่าน...สติสูญสิ้นทุกอย่างเมื่อถูกโลกแห่งราคะที่ไม่เคยได้สัมผัสเข้าครอบงำ..ตอนนี้ในสมองของแจจุงขาวโพรนไปหมด..รู้เพียงอย่างเดียงคืออยากสัมผัสร่างหนาของคนที่ตนรักตรงหน้าเท่านั้น...
มือขาวเริ่มปลดเสื้อผ้าของร่างสูงออกอย่างเร่งร้อน.. ก่อนที่ยุนโฮจะล้มตัวนอนดูเฉยๆไม่ช่วยร่างบางที่ตอนนี้นั่งคร่อมอยู่ที่ท้องแกร่งของตนปลดเสื้อผ้าเลยสักนิด.. ไม่ช้าไม่เร็ว..เสื้อราคาถูกของยุนโฮก็ลอยไปตกอยู่ข้างเตียงด้วยน้ำมือของแจจุง
ก่อนที่มือบางเริ่มไล้ไปตามร่างกายแกร่งของยุนโฮพร้อมกับกดปากบางของตัวเองจูบลงไปตามที่มือขาวลากผ่าน..เหมือนที่ยุนโฮทำเมื่อครู่.. ก่อนที่จะดึงกางเกงของร่างสูงออกจากสะโพกสอบหากแต่เมื่อเห็นแก่นกายของยุนโฮที่ตั้งผงาดออกมาเมื่อดึงกางเกงออกไปได้เพียงนิดใบหน้าขาวก็ขึ้นสีแดงอีกครั้ง ก่อนความเขินอายจะกลับคืนเข้าสู่จิตสำนึกก่อนจะถอยหลังไปชนที่กำแพง.. แล้วใบหน้าหวานก็ส่ายไปมา...
“พ..พอแค่นี้เถอะนะ ยุนโฮ..ไม่เอาแล้ว”
แต่ท่าทีปฏิเสธนั่นก็กลับกลายเป็นอ่อนระทวยทันทีตามกลเกมตันหาราคะมัวเมาและลุ่มหลงที่ยุนโฮได้สร้างขึ้นอีกครา.. ร่างบางสั่นสะท้านทุกครั้งที่มือหนาและปากหยักเข้ามาสัมผัสก่อนท่าทีเขินอายจะหายไปหลงเหลือแต่เพียงความต้องการตามธรรมชาติที่ประทุขึ้นมาอย่างไม่ขาดสาย...
“ย..ยุนเข้ามา..เสียที” เสียงหวานร้องออกมาเมื่อความอดทนถึงขีดสุดเมื่อคนตัวสูงมัวเล่นหยอกเล่นกับร่างกายขาวอยู่ได้ ไม่“เอา”จริงเสียทีและเมื่อร่างบางจะถึงฝั่งฝันร่างหนาที่คุมเกมอยู่ด้านบนก็ชะงักงันปล่อยให้สวรรค์ที่เห็นรำไรหายไปในพริบตา..ซ้ำแล้วซ้ำเล่า...
สิ้นเสียงเรียกร้องแหบพร่านั่นปากหยักก็ยกยิ้มขึ้นที่มุมปากก่อนที่จะดันแจจุงขึ้นด้านบน แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แหบสั่นไม่แพ้กัน...
“จัดการเลย..คุณหนู...”
ร่างบางนั่งนิ่งอย่างไม่รู้จะทำอะไรชั่วครู่ ก่อนมือใหญ่จะรวบสองมือขาวของแจจุงไว้แล้วจับมือเล็กให้มาสัมผัสแก่นกายของตนที่ตั้งผงาดอยู่..และทันทีที่มือนุ่มเข้าสัมผัสส่วนอ่อนไหวนั้น ร่างทั้งร่างก็กระตุกเก็ง..ความปวดราวแล่นจี๊ดเข้ามาที่กลางลำตัว ก่อนที่เสียงทุ้มแหบพร่าก็ดังออกมาจากปากหยักแบบที่ไม่สามารถอดกั้นได้อีกแล้ว...
“อ่า..ซี๊ดด..เยี่ยมมากครับ..อา แบบนั้น...จับมันแล้วค่อยๆใส่เข้าไปในนั้น...ของคุณ”
ใบหน้าหวานพยักหน้ารับก่อนค่อยๆยกสะโพกสวยของตัวเองขึ้นสูงแล้วจ่อส่วนอ่อนไหวขนาดใหญ่ของร่างสูงไว้ที่ทางเข้าสีสวยของตนแล้วค่อยๆกดตัวเองลงต่ำ แต่ก็ต้องชะงักแล้วกรี๊ดร้องสุดเสียงเมื่อของยุนโฮเข้าไปได้เพียงนิด...
“จ..เจ็บบบ ไม่เอาแล้ววว...”เสียงหวานกรีดร้องสุดเสียงก่อนที่จะขยับสะโพกหนีสิ่งแปลกปลอมที่ล่วงล้ำเข้ามาหากแต่ก็ไม่สามารถที่จะทำได้เพราะว่าเส้นทางอ่อนนุ่มของตนนั้นได้บีบรัดสิ่งนั้นไว้แน่น.. อีกทั้งยังมีมือแกร่งรั้งสะโพกของตนไว้มั่นพร้อมกับคิ้วหนาๆของคนใต้ร่างขมวดยุ่งและปากหยักเม้มแน่นเม็ดเหงื่อเริ่มผุดพรายตามใบหน้าคม.. ก่อนเสียงทุ้มแหบพร่าจะพูดขึ้น...
“อึก.. อย่าทำแบบนั้นมันจะทำให้ผมเจ็บ...แจจุง..อา...คุณดันตัวเองเข้ามาเดี๋ยวนี้..แล้วทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี”
ริมสีปากบางเม้มแน่น..ก่อนน้ำตาเม็ดเป้งจะปริ่มออกมาทางหางตาเมื่อเริ่มดันตัวเองเข้าไปตามคำสั่งนั้นอย่างว่าง่ายแม้จะรู้สึกเจ็บแสบเจียนตายราวกับร่างทั้งร่างได้ถูกแบ่งแยกเป็นสองส่วนอย่างช้าๆ..มือและขาเริ่มสั่นเทาไปหมด..
ในการกระทำนั้น...ที่ทำให้ร่างหนึ่งเจ็บปวดเจียนตาย ก็ทำให้อีกร่างเสียวซ่านและหฤหรรษ์ได้อย่างมากมาย... แต่ก็ยังไม่ทันใจร่างสูงใหญ่ที่ดันสวนสะโพกเข้าหาร่างบางจนสุดปลายทางจนคนด้านบนกรีดร้องสุดเสียงด้วยความเจ็บปวดก่อนที่ยุนโฮจะดันร่างเล็กไปใต้ร่างเมื่อแจจุงเอาแต่นั่งตัวสั่นอยู่ได้แล้วเขาก็เริ่มขยับกายโดยที่แจจุงได้แต่เม้มปากแน่นข่มความเจ็บปวดไว้เท่านั้น....
ช่วงเวลาอันโหดร้ายได้ผ่านไปอย่างรวดเร็วเมื่อความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นก็แจจุงนั้นเริ่มมีความรู้สึกแปลกใหม่แทรกเข้ามา...เป็นความรู้สึกที่เจ้าตาก็อธิบายไม่ได้มันให้ความรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก... และมันทำให้ร่างบางหลงลืมความเป็นตัวเองอีกครั้งเมื่อเกี่ยวกระหวัดขาเรียวของตัวเองเข้ากับสะโพกสอบที่เคลื่อนที่อย่างรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ....
การกระทำนั้นเรียกรอยยิ้มพึงพอใจที่มุมปากของยุนโฮได้เป็นอย่างดี...ก่อนจะให้รางวัลคนตัวเล็กที่เริ่มเรียนรู้งานด้วยการขยับตัวถี่เร็วยิ่งขึ้นไปอีก...จนได้ยินเสียงเตียงไม้ขยับเอี๊ยดอ๊าดและเสียงร้องครวญครางของทั้งสองคนดังก้องห้องเล็กๆเก่าๆได้เป็นอย่างดี...
หึ...ถ้าหากประมุขใหญ่จอมหยิ่งทะนงของตระกูลคิมเห็นภาพร่านสวาทของลูกชายตัวเองในห้องเล็กเท่ารูหนูจะรู้สึกอย่างไรกันนะ...
และถ้าคนของตระกูลควอนเห็นภาพนี้ล่ะ...จะรู้สึกเสียหน้าแค่ไหน.... และทั้งสองตระกูลยังจะคงความสัมพันธ์เน่าๆที่แน่นแฟ้นกันได้ไหมนะ....
แล้วร่างสูงก็ปลดปล่อยเข้าไปในช่องทางของแจจุงเมื่อถึงสวรรค์เรียบร้อยแล้วพร้อมกับแจจุงก็ปลดปล่อยออกมาเปอะเปื้อนเต็มร่างกายของทั้งสองคนที่ยังคงเชื่อมติดกันก่อนที่ยุนโฮจะเริ่มขยับกายและบทรักอันแสนหวานที่เร่าร้อนก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง...และอีกครั้ง......
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
2011/11/15(火)
24 ตอนนี้แจจุงอยากจูบ
ผมวางร่างเบาๆของแจจุงที่เตียงแล้วยืนมองใบหน้าสวยยามหลับด้วยใบหน้านิ่งตามแบบฉบับ.. ทั้งๆที่ในใจนั้นเดือดพล่าน
แจจุงทำไมถึงทำกับยุนโฮแบบนี้..!! ผมอยากจะบ้าจริงๆที่อยู่ดีๆตัวแสบก็หลับไปเลยปล่อยให้ผมอารมณ์ค้างอยู่แบบนั้น.. อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้นครับผู้อ่าน.. ผมหมายถึงอารมณ์โมโหน่ะ ยังไม่ทันคุย ยังไม่ทันเคลียร์กันให้รู้เรื่องเลย ไอ้ตัวแสบก็ดันหลับไปแล้ว .. โอเค ผมรู้ว่าแจจุงเมาคุยไปก็ยังไม่รู้เรื่อง แต่เขาว่าคนเมาไม่โกหกใช่ไหมครับ มันก็ยังถูๆไถๆคุยกันได้น่า อย่างน้อยก็น่าคุยกันก่อนที่จะหลับไปแบบนี้...นี่แหละคือเหตุผลที่ผมเดือด (แถ)
อ่อ ยอมรับก็ได้.. อีกเหตุผลก็เพราะ
ดันหลับตอนที่ผมจูบเนี่ยนะ.. จูมผมมันหน้าเบื่อขนาดนั้นเลย ?!
หงุดหงิด
ค้างคา
จนต้องเดินวนไปวนมาในห้องพร้อมกับสูดลมหายใจลึกๆเพื่อสงบอารมณ์ที่ต้องเก็บงำไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งๆที่แสดงตอนอยู่ต่อหน้าเมมเบอร์คนอื่น..พอมาอยู่กับคนเมาสองคนแบบนี้อารมณ์ที่เก็บไว้มันเลยปะทุใหญ่
ในฐานะหัวหน้าวง..ก็อยากจับเด็กดื้อมาตีก้นเสียให้เข็ด แต่ในฐานะผู้ชายที่แอบรัก..ก็อยากจับปล้ำทำเมียให้รู้แล้วรู้รอดไป
นานทีเดียวกว่าอารมณ์ของผมจะสงบ.. มันก็ได้เวลาที่ผมจะทำตัวเป็นหัวหน้าวงที่ดีและผู้ชายคนนึงที่อยากจะทำอะไรดีๆให้คนที่เขาแอบรัก โดยการเดินเข้าห้องน้ำแล้วเตรียมอ่างใส่น้ำพร้อมผ้าชุบน้ำเสร็จสับเพื่อเช็ดตัวคนเมา..
อ่างใส่น้ำถูกวางไว้ที่โต๊ะข้างเตียงก่อนผ้าชุบน้ำจะเริ่มไล้ไปตามใบหน้าสวยด้วยผีมือของผมเอง ใบหน้าคมอมยิ้มน้อยๆเมื่อมองใบหน้าหวานยามหลับใหล ปากบางๆที่เขาแอบชิมบ่อยๆนั้นบ่นอะไรไม่รู้งึมงำๆอยู่ตลอดเวลา..มันช่างดูน่ารักเสียจริงๆ..
ใบหน้าคมโน้มลงเข้าใกล้ก่อนปากหยักจะกระซิบลงข้างหู..
“แจจุงครับ ทำไมดื้อนักนะ ชอบทำอะไรแปลกๆ แถมยังขวางโลกที่หนึ่ง เอาแต่ใจก็ที่สุด ..แต่ไม่รู้ทำไม ผมก็ยังรักคุณเสมอ”
นึกแล้วก็ขำตัวเอง..คำบอกรัก.. ผมไม่เคยพูดเลยในขณะที่แจจุงยังคงมีสติหรือไม่ก็ได้แต่เนียนไปวันๆ คงจะถูกของไอ้ยูชอนมันที่เคยปรามาสผมไว้ว่า ‘ป๊อด’ ใช่แล้ว ผมกลัว.. กลัวว่าแจจุงจะไม่ยอมให้ยุนโฮคนนี้อยู่ข้างกายอีกต่อไป..
“หือออ.. อะไรมางุ้งงิ้งๆข้างหูว้าา..”
เสียงหวานที่ดังขึ้นมาทำเอาคนที่กำลังทำซึ้งชะงักค้าง แล้วไอ้คนที่เคยนอนนิ่งๆมันก็เริ่มดิ้นไปดิ้นมาก่อนลุกขึ้นนั่งแล้วชูมือกลางอากาศ..
“โชน แก้วคร๊าบน้องซังอา” พูดเสร็จมือเล็กก็ตะปบเข้าที่มือใหญ่ทันทีแล้วออกแรงดึงคนตัวสูงเข้ามาใกล้พร้อมๆกับเจ้าตัวก็ขยับไปใกล้ไหล่หนาก่อนจะซบที่ไหลหน้าก่อนจะถูไถหัวกลมๆของตนไปมาอย่างอ้อนๆ.. ทำเอาผมที่อารมณ์เพิ่งสงบนั้นเริ่มปั่นป่วนขึ้นมาอีกรอบแต่คราวนี้แต่มันไม่เหมือนเดิมตรงที่อารมณ์ที่ประทุใหม่นั้นมันวูบๆวาบๆพิกล เนื่องด้วยมีมือเล็กๆของแจจุงเริ่มปัดป่ายไปตามเนื้อตัวของผมด้วย..
โอ้ย ยุนโฮอยากจะบ้า..
มือแกร่งรวบมือเล็กที่เริ่มซุกซนไว้ ก่อนกดเจ้าตัวแสบให้นอนราบลงกับเตียงพร้อมกับที่ในใจก็เริ่มนับหนึ่งถึงร้อย..ข่มอารมณ์
“นี่ไม่ใช่ซังอา นี่ยุนโฮ” ผมพูดเสียงเข้มตามอารมณ์หึงที่เริ่มเกิดพร้อมกับไอ้อารมณ์ปั่นปวนวูบๆวาบๆนั่นด้วย.. อยากจะรวบหัวรวบหางให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเสียเดี๋ยวนี้ แต่จิตใจส่วนดีก็ยังค้านเตือน.. แล้วผมก็เริ่มทำหน้าที่เช็ดตัวคนเมาอีกครั้ง.. มือหนาเริ่มไล้มือที่มีผ้าชุบน้ำตามเนื้อตัวขาวๆเหมือนสีน้ำนมอย่างตั้งใจเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้สติกระเจิง..
“อืมม..อย่างนั้นและครับน้องซางอา..อา..” เสียงครางที่ดังออกมาจากปากแดงสดที่เผยอน้อยๆนั้นทำเอามือแกร่งชะงักนิ่ง..พร้อมกับสติของผมที่พยายามควบคุมไว้กระเจิดกระเจิงทันที
ผมหึงแล้วนะ..
“ลืมตาแล้วมองหน้าฉันแจจุง..ฉันชื่อจองยุนโฮ” เสียงเข้มเอ่ยขึ้น ในขณะที่ดวงตาคู่สวยก็เปิดปรือขึ้นมาช้าๆ แล้วใบหน้าหวานก็ส่งยิ้มให้..
“อือ..ยุนโฮจริงด้วย..” พอได้ยินเสียงตอบรับกลับมาแบบนั้นปากหยักก็ยกยิ้มขึ้นอย่างมีเลศนัยทันที ก่อนที่จะค่อยๆไล้มือที่กำผ้าชุบน้ำแล้วค่อยๆไล้ไปตามหน้าท้องแบนราบเป็นจังหวะหนักเบาสลับกันไปก่อนจะเลื่อนขึ้นบนเรื่อยๆจนถึงตุ่มไตสีชมพูสวยแล้วมือหนาก็กดสัมผัสหนักๆเน้นๆจนร่างเล็กสะท้านเฮือก.. ใบหน้าหวานที่เป็นสีชมพูอ่อนๆนั้นขึ้นเป็นสีแดงขึ้นมาเรื่อยๆ..
“อืออ..” เมื่อได้ยินเสียงครางหวานหูปากหยักก็ยกยิ้มมากขึ้น..
“เป็นไงบ้าง” เสียงเข้มถาม.. รู้ตัวดีว่ามันไม่ใช่การเช็ดตัวแบบปกติแล้ว..แบบนี้มันคือการปลุกปั่นอารมณ์..
สาบานได้ว่าผมแค่อยากแกล้งแจจุงให้ทรมานเล่นๆเท่านั้นเอง..ไม่ได้คิดเป็นอย่างอื่น
“ยุนโฮจูบ..ตอนนี้แจจุงอยากจูบ” สิ้นเสียงหวานปากบางก็กดเข้ามาแนบชิดเสียแล้ว.. แขนเล็กโอบรอบคอของร่างสูงไว้ โดยที่มือข้าหนึ่งกำเสื้อเนื้อดีของผมแน่น ส่วนอีกข้างก็ขยุ้มเรือนผมสีดำสนิทไว้แน่นตามอารมณ์ที่ถูกปลุกปั่นขึ้นมา.. และแน่นอนว่าตอนนี้สติ สามัญสำนึก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี เหตุผล หรืออะไรเทือกๆนี้ของผมถูกตีแตกกระเจิง..
ร่างบางถูกดันตัวแนบลงกับพื้นเตียงหนานุ่มอีกครั้งในขณะที่ทั้งสองคนไม่ได้ผละริมฝีปากที่บดคลึงปากซึ่งกันและกันออก ลิ้นหนาที่สำรวจอยู่ในโพรงปากหวานนั้นเริ่มเกี่ยวกระหวัดลิ้นเล็กที่ตอบสนองอย่างไม่เป็นประสาแล้วชักนำเข้าสู่ปากของตน..
ในขณะที่มือข้างหนึ่งของผมที่ไม่ได้ถือผ้าชุบน้ำไว้แล้วไล้เข้าไปสัมผัสเนื้อเนียนนุ่มใต้ชายเสื้อ แล้วมืออีกข้างก็ลูบไล้ที่ต้นขาอ่อนผ่านผ้ายีนส์เนื้อหนาของคนเมาที่นอนกระสับกระส่าย
อารมณ์ของผมถูกตีกระเจิงมายิ่งขึ้นเมื่อแจจุงแอ่นตัวรับสัมผัสนั้น ดวงตาคู่สวยที่หวานเยิ้มไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์และอารมณ์ปรารถนานั้นจดจ้องเข้ามาในดวงตาของผมจนหัวใจที่อยู่ในอกผมเต้นรุนแรงอย่างบ้าคลั่ง แล้วยิ่งได้สัมผัสผิวเนื้อเนียนนุ่มที่ใฝ่ฝันหามานานแบบเต็มไม้เต็มมือแบบนี้..
ยุนโฮแทบบ้า เอาช้างมาหยุดก็ไม่อยู่ เอาอะไรมาห้ามก็ไม่ได้.. เพราะตอนนี้อารมณ์ปรารถนาของผมที่อดกลั้นมานานแสนนานกำลังแข่งกันประทุเสียยกใหญ่ โดยเฉพาะตรงกึ่งกลางลำตัวที่เริ่มรู้สึกปวดร้าวและอึดอัดชอบกลเมื่ออะไรบางอย่างกำลังขยายตัวภายใต้กางเกงพอดีตัว
เสื้อเนื้อดีของแจจุงถูกถอดออกทางศีรษะอย่างง่ายดายตามด้วยกางเกงยีนส์สีซีดนั่นกองไปอย่างปลายเท้าโดยที่เจ้าตัวเองก็เป็นคนช่วยผมถอด.. เมื่อเสื้อกับกางเกงของแจจุงถูกเราสองคนช่วยกำจัดไปเรียบร้อยแล้ว มือเล็กที่ซุกซนก็เริ่มหาเป้าหมายใหม่โดยที่เข้ามาป้วนเปี้ยนแถวกระดุมเสื้อผมอีก.. แต่ผมรวบมือเล็กไว้แล้วก้มลงจูบปากสีแดงนั่นอีกครั้งอย่างกระหายหิวในขณะที่มือนั้นก็ค่อยๆรูดชั้นในตัวจิ๋วของแจจุงไปกองรวมอยู่กับกางเกง..
ผมค่อยๆใช้มือลูบไล้เรือนกายเปลือยเปล่าตรงหน้าอีกครั้ง แจจุงบิดกายสะท้านทุกที่ที่ผมลากมือผ่าน
“อืออ..มันรู้สึกแปลกๆ..” เสียงหวานหูที่ดังขึ้นนั้นทำให้ผมได้สติเป็นครั้งแรกหลังจากหยอกล้อกับร่างกายขาวนี้มานานพอสมควร.. มันทำให้ผมหยุดชะงัก แต่มันก็ทำให้ผมได้มองร่างกายของแจจุงชัดๆเป็นครั้งแรก..
สวย ไร้ที่ติ ราวกับภาพวาด..
แต่ก็ไม่ควรแตะต้อง..
ตอนนี้ผมกับแจจุงเป็นเพื่อนกันเท่านั้น.. แต่ถ้าผมก้าวไปมากกว่านี้มันจะทำให้ผมไม่มีจุดยืน ปัญหาใหญ่จะตามมา..
ตอนนี้ผมสับสนไปหมดไม่รู้จะทำอย่างไรต่อดี.. อยากจะหยุดการกระทำเห็นแก่ตัวเอาของตนเสียจริง แต่อารมณ์ที่ปะทุขึ้นมาแล้วก็ยากจะระงับ .. แต่ถ้าจะหยุดก็ต้องหยุดเสียตอนนี้เลยเพราะรู้ดีว่าถ้ามากกว่านี้แล้วเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหยุด..
“ปัดโถ่โว้ย ขอโทษนะแจจุง” ผมพูดกับแจจุงเร็วๆก่อนดึงผ้าห่มผืนใหญ่คลุมร่างกายอันแสนเย้ายวนไว้ลวกๆแล้วผละออก
ถ้าไม่มีมือเล็กรั้งเอาไว้ก่อนนะ.. แล้วปากบางก็แนบเข้ามาชิดเราสองคนแรกจูบกัน ก่อนที่มือบางค่อยๆลูบไล้ตามเรือนกายแกร่งบ้างทำเอาสติของผมกระเจิงอีกครั้ง
“ไม่รู้ทำมายย..แจจุงอยากจูบ อยากสัมผัส แจร้อน ยุนโฮอย่าทิ้งแจจุงไว้นานซี..” เสียงหวานเอ่ยขึ้นมาเมื่อเราถอนจูบออกจากกัน ทำให้ผมหัวเราะเบาๆ..
ผมตัดสินใจแล้ว..
“แจจุงอนุญาติให้ยุนโฮทำนะ” ผมพูดขึ้นในขณะที่กดร่างบางลงเตียงอีกครั้งในขณะที่จูบซับที่หน้าผากแล้วต่อด้วยแก้มใสทั้งสองข้างจบท้ายที่ปลายคางก่อนที่ค่อยๆกดจูบหนักๆเรื่อยมาถึงซอกคอจนเป็นรอยแดงๆ..
ผมจะไม่ฝืนตัวเองและบังคับแจจุง..
“อะ..อืมม..ห้ายทำ” เสียงหวานตอบกลับมา..แม้จะแน่ใจก็เถอะว่าตัวแสบยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาขอทำอะไร..แต่แจจุงก็ตอบรับกลับมาอย่างว่าง่ายแล้ว และนั่นทำเอายุนโฮยิ้มเจ้าเล่ห์อีกครั้ง ก่อนเริ่มขบเม้มต่อจนมีรอยประทับตราทั่วไปหมด ก่อนที่ปากหยักจะเข้าครอบครองตุมไตเล็กสีชมพูหวาน..แล้วค่อยๆดุนดันตุ่มนั้นจนเป็นไตขึ้นมาและร่างเล็กก็แอ่นเข้าหายุนโฮหามอารมณ์ที่ประทุ..
ปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตามธรรมชาติ..
“แล้วพอได้ยุนแล้วก็ช่วยรับผิดชอบกันหน่อยนะ” ผมพูดขึ้นในขณะที่ไล้มือไปตามร่างกายอันแสนเย้ายวนนี่อีกครั้งพร้อมทั้งไม่ยอมปล่อยปากออกจากตุ่มสีชมพูน่ากินนั่น ในขณะที่มือข้างหนึ่งเอื้อมมือไปทางหัวเตียงที่จำได้ว่ามีโลชั่นทาผิวตั้งอยู่แล้วบีบใส่นิ้วจนชุ่มก่อนที่แทรกนิ้วเข้าไปในช่องทางสีหวานช้าๆ.. เพียงเท่านั่นร่างกายของแจจุงก็เกร็งกระตุกขึ้นมาทันที ช่องทางคับแคบนั้นเริ่มบีบรัดสิ่งแปลกปลอมอย่างต่อต้าน หากแต่ทำให้อารมณ์ของผมนั้นทะยานขอนสูงจนเกือบปลดปล่อยออกมา..
“อ๊ะ..ยุนโฮทามอะไรของนายน่า..มันจุก..อึก..” เสียงหวานร้องออกมาทันทีทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นมองปฎิกิริยาของแจจุงอย่างเป็นห่วง เมื่อเห็นแจจุงเม้มปากแน่นแล้วส่ายหัวไปมาแบบนั้นก็ขมวดคิ้ว..นี่แค่นิ้วเดียวเองนะ ก่อนที่เลื่อนตัวขึ้นไปจูบปากบางนั่นเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ให้แจจุงพร้อมทั้งค่อยๆลูบไล้แก่นกายเล็กที่เริ่มขยายตัวบ้างแล้วจนทำให้แจจุงครางออกมาเสียงหลงเมื่อโดนปลุกเร้าหนักเข้า
“อ๊ะ..อ๊าาาา...”
ผมเลยอาศัยจังหวะนั้นสอดนิ้วเข้าไปเพิ่มแล้วเริ่มขยับเข้าเข้าออกจนแจจุงร้องครางไม่เป็นภาษาและเมื่อเห็นว่าร่างบางนั้นเริ่มรับได้แล้ว.. คงถึงเวลาของยุนโฮน้อยที่รอคอยอยู่นานเสียที..ผมจึงเคลื่อนตัวไปจูบกับแจจุงอีกครั้งจนร่างบางนั้นอ่อนระทวยอีกครั้ง..ที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ทั้งยังค่อยๆกอบกุมส่วนอ่อนไหวของแจจุงขึ้นมาแล้วรูดขึ้ดรูดลงอย่างเป็นจังหวะ.. ในเวลานั้นเองผมก็ค่อยๆแยกขาของแจจุงออกจนกว้างก่อนค่อยๆดันส่วนอ่อนไหวของผมเข้าไปในช่องทางสีหวานนั้นช้าๆ เพียงเท่านั้นเองแจจุงที่กำลังเคลิ้มอยู่ก็ร้องโวยลั่นขึ้นมา
“โอ้ยยย..เจ็บบบ..น้า ไอ้ยุนโฮบ้า..ทำ..อะ..อุ๊ฟ” ผมเลื่อนตัวขึ้นไปจูบแจจุงจนร่างบางจนอ่อนระทวยอีกครั้งก่อนค่อยๆเดินหน้าช้าๆในขณะที่ผมจับสะโพกสวยไว้มั่นไม่ให้ดิ้นหนีไปไหน จนส่วนของผมเข้าไปได้ทั้งหมด.. ทั้งๆที่อยากจะเดินหน้าเต็มกำลังแต่ผมก็เลือกที่จะหยุดนิ่งรอให้แจจุงคุ้นชินกับสิ่งแปลกปลอมเสียก่อน..
ดวงตาหวานที่มีน้ำตาคลอหน่วงเต็มสองตาตวัดค้อนผมก่อนที่ริมฝีปากบางบ่นอุ๊บอิ๊บ
“จ..เจ็บ..ยุนโฮบ้า..งือ..”
ภาพที่เห็นนั้นทำให้ผมหลุดยิ้มด้วยความหมั่นเขี้ยวก่อนก้มลงฟัดแก้มกลมๆนั่น ก่อนเลื่อนมามอบจูบแสนหวานและลึกล้ำให้อีกครั้ง แล้วผมก็ค่อยๆขยับกายเข้าออกเป็นจังหวะ.. ไม่นานจูบหวานซึ้งก็แปลเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนในขณะที่ผมก็ขยับกายอย่างรุนแรงตามอารมณ์ จนทำให้เราทั้งสองคนแข่งกันส่งเสียงครางแข่งกันดังลั่น เสียงขยับกาย เสียงเสียดสีกันของผิวเนื้อ เสียงเตียงขยับเอี๊ยดอ๊าด ดังขึ้นท่ามกลางเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำมากขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดเราทั้งสองคนก็ถึงฝั่งฝันพร้อมกัน
ผมปลดปล่อยเข้าไปในตัวแจจุงในขณะที่แจจุงก็ปลดปล่อยออกมาเลอะตัวเราสองคนเต็มไปหมด.. และเมื่ออารมณ์ถูกปลดปล่อย..ตัวผมนั้นก็เหมือนถูกปลุกขึ้นจากความฝันอันแสนหวานแล้วขึ้นมาพบกับความเป็นจริง..
แจจุงหลับไปแล้ว..ทั่วร่างกายมีร่อยรองที่ผมฝากเอาไว้เต็มไปหมด.. เราสองคนเปลือยเปล่าทั้งคู่..พวกเรามีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันแล้วในขณะที่แจจุงเมา ซึ่งนั่นเท่ากับว่าผมล่อลวงฉวยโอกาสแจจุงชัดๆทั้งที่จริงๆแล้วผมพยายามข่มอารมณ์แล้ว..เอ่อ จริงๆนะ ผมยกมือขึ้นกุมศีรษะที่ปวดจี๊ดขึ้นมา..ไม่ใช่ว่าเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น.. แต่ผมกลัว...
แจจุงจะร้องไห้ไหม..
แจจุงจะโกรธผมไหม..
จะเป็นแบบไหนก็ได้แต่อย่าให้เกลียดผมเลย.. ผมขอแค่นี้..
ผมพร้อมรับผิดชอบ จัดงานแถลงข่าวเป็นทางการว่าเราคบกันหรือแต่งงานก็ได้.. แล้วแจจุงล่ะจะรับผิดชอบหัวใจผมไหม..
....
ทางด้านชางมินและยูฮวานนั้นหลังจากเข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ยตอนที่คุยอยู่กับจุนซูนั้น ตอนนี้ทั้งสองก็เริ่มกลับมาทะเลาะกันอีก..แล้ว ตอนนี้สองคนอยู่ในห้องครัว ตัวผมนั้นก็มาหาอะไรกินเหมือนเคย ส่วยอีกคนนั้นผมก็ไม่รู้ว่ามันเข้ามาทำไม ก็มันเล่นนั่งนิ่งอยู่บนโต๊ะกินข้าวเป็นเพื่อนผมต้องแต่ผมประเดิมจานแรกจนจากสุดท้ายก็ไม่เห็นมันจะกินอะไรเสียที
แล้วแกเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของฉันทำไมหา.. ให้บรรยากาศมันเสียหมด จนผมกินอะไรไม่ค่อยลงเลยดูสิ
“นี่นายใช้อะไรคิดถึงไปเซี่ยมสอนพี่จุนซูแบบนั้น” ผมชวนคุยเมื่อเริ่มรู้สึกรำคาญที่มันเอาแต่จ้องเงียบๆอยู่แบบนั้น จะว่าไปผมก็เพิ่งระลึกขึ้นได้.. การกระทำหลายแบบที่ผมช่วยไอ้เตี้ยนี่กรอกหูพี่จุนซูไปเมื่อครู่นั้นมันไม่เหมาะสมเลยสักนิด
“ทำไมล่ะฮะ เมื่อกี้พี่มินก็เห็นด้วยอยู่เลยไม่ใช่หรอ และแค่นี้น่ะ..ที่เมกามันเป็นเรื่องธรรมดามากๆเลยนะขอบอก แล้วถ้าใครที่อายุประมาณพี่นะฮะ ถ้ายังซิงอยู่อายเขาตายเลยแหละ เขาเรียกว่า..อ่อน” คำตอบกลับมานั้นทำเอาผมตวัดสายตาไปมองไอ้คนพูดที่ทำลอยหน้าลอยตา..ปากแดงๆจุ๊ปากก่อนบ่นพึมพำว่า..ไม่ไหวๆนั่นทำเอาผมทั้งหมั่นไส้และโมโห
อัจริยะเบอร์หนึ่งอย่างผมไม่เคยมีใครดูถูกไม่ว่าเรื่องไหนก็ตาม.. ส่วนมันก็เป็นแค่เด็กแก่แดดคนนึงเท่านั้น เออ เก่งนักใช่ไหม..เรื่องพรรค์นั้นน่ะ
ถึงผมไม่เคยปฏิบัติแต่ทฤษฎีแน่นนะ?.. อย่ามาดูถูก
“งั้นแข่งกันไหม”
ปากสีแดงสดที่เคยจ้อไม่หยุดอ้าค้างทันทีเมื่อผมพูดจบ ก่อนเลิกคิ้วขึ้น
“อะไรนะฮะ แข่งอะไรริคกี้ไม่ชอบเล่นเกมส์ มีแต่เด็กย่างพี่มินกับพี่เซียเท่านั้นแหละที่เล่น” น้ำเสียงนั่นบ่งบอกความ..ไม่มั่นใจ.. แม้จะแป็บเดียวแต่ไม่รอดสายตาเฉียบคมของผมไปได้.. หืม หรือว่าจะเก่งแต่ปากกันนะ?
“จูบแข่งกันใครถอนจูบก่อนแพ้ โอเค?”
เอาวะ สาวๆมินขอโทษนะครับที่ผมไม่สามารถเก็บจูบแรกให้พวกคุณได้ แต่ผมก็อยากรู้เหมือนกันระหว่างผมที่อ่านภาคทฤษฎีมาแล้วหลายตำรากับไอ้เด็กแก่แดดที่ดูถูกผมเรื่องซิง(เขาดูถูกแล้วจริงๆแหละ)ใครจะแน่กว่ากัน... ยูฮวานไม่ตอบรับผมแต่กับหัวเราะแทน
“ตลก..”
ผมไม่รอช้า..อาศัยความตัวสูง..ลุกขึ้นยืนยืดตัวเล็กน้อยแล้วชะโงกหน้าข้ามโต๊ะไป ก็ทำให้ใบหน้าผมก็เกือบชิดใบหน้าของยูฮวานแล้ว ผมยิ้มกวนๆให้กับใบหน้าตกใจนั่นก่อนประทับริมฝีปากลงไป...
แล้วไงต่อวะ..??
อ้อ..
แล้วผมก็พยายามแทรกลิ้นเข้าไปในปากที่เม้มแน่นนั่นแต่ทำไมได้เลย..และผมก็มือใหม่เกินไปที่จะทำให้ร่างเล็กตรงหน้าเปิดปากได้ จึงใช้มือช่วยบีบคางเล็กนั่นจนปากที่เม้นแน่นอ้าออก แต่แล้วร่างทั้งร่างผมก็ถูกมือเล็กดันออกมาจนเสียกระเด็น.. ตัวก็เล็กทำไมแรงเยอะอย่างนี้นะ?
ร่างเล็กวิ่งฉิวออกไปเลย ทำให้ผมมองอย่างงงๆตามไป.. ไหนว่าเก่ง ที่แท้ก็เก่งแต่ปากนี่หว่า..
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ตอนนี้เพิ่งได้ฤกษ์เล่นบล็อกค่ะ ต่อไปตอนที่มีฉากนั้นจะไว้ในบล็อนนี้ รวมถึงตอนพิเศษ SF ต่างๆด้วยค่ะ เรื่องจะได้เป็นหมวดหมู่เสียที
กลับweb dek-d
ผมวางร่างเบาๆของแจจุงที่เตียงแล้วยืนมองใบหน้าสวยยามหลับด้วยใบหน้านิ่งตามแบบฉบับ.. ทั้งๆที่ในใจนั้นเดือดพล่าน
แจจุงทำไมถึงทำกับยุนโฮแบบนี้..!! ผมอยากจะบ้าจริงๆที่อยู่ดีๆตัวแสบก็หลับไปเลยปล่อยให้ผมอารมณ์ค้างอยู่แบบนั้น.. อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้นครับผู้อ่าน.. ผมหมายถึงอารมณ์โมโหน่ะ ยังไม่ทันคุย ยังไม่ทันเคลียร์กันให้รู้เรื่องเลย ไอ้ตัวแสบก็ดันหลับไปแล้ว .. โอเค ผมรู้ว่าแจจุงเมาคุยไปก็ยังไม่รู้เรื่อง แต่เขาว่าคนเมาไม่โกหกใช่ไหมครับ มันก็ยังถูๆไถๆคุยกันได้น่า อย่างน้อยก็น่าคุยกันก่อนที่จะหลับไปแบบนี้...นี่แหละคือเหตุผลที่ผมเดือด (แถ)
อ่อ ยอมรับก็ได้.. อีกเหตุผลก็เพราะ
ดันหลับตอนที่ผมจูบเนี่ยนะ.. จูมผมมันหน้าเบื่อขนาดนั้นเลย ?!
หงุดหงิด
ค้างคา
จนต้องเดินวนไปวนมาในห้องพร้อมกับสูดลมหายใจลึกๆเพื่อสงบอารมณ์ที่ต้องเก็บงำไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งๆที่แสดงตอนอยู่ต่อหน้าเมมเบอร์คนอื่น..พอมาอยู่กับคนเมาสองคนแบบนี้อารมณ์ที่เก็บไว้มันเลยปะทุใหญ่
ในฐานะหัวหน้าวง..ก็อยากจับเด็กดื้อมาตีก้นเสียให้เข็ด แต่ในฐานะผู้ชายที่แอบรัก..ก็อยากจับปล้ำทำเมียให้รู้แล้วรู้รอดไป
นานทีเดียวกว่าอารมณ์ของผมจะสงบ.. มันก็ได้เวลาที่ผมจะทำตัวเป็นหัวหน้าวงที่ดีและผู้ชายคนนึงที่อยากจะทำอะไรดีๆให้คนที่เขาแอบรัก โดยการเดินเข้าห้องน้ำแล้วเตรียมอ่างใส่น้ำพร้อมผ้าชุบน้ำเสร็จสับเพื่อเช็ดตัวคนเมา..
อ่างใส่น้ำถูกวางไว้ที่โต๊ะข้างเตียงก่อนผ้าชุบน้ำจะเริ่มไล้ไปตามใบหน้าสวยด้วยผีมือของผมเอง ใบหน้าคมอมยิ้มน้อยๆเมื่อมองใบหน้าหวานยามหลับใหล ปากบางๆที่เขาแอบชิมบ่อยๆนั้นบ่นอะไรไม่รู้งึมงำๆอยู่ตลอดเวลา..มันช่างดูน่ารักเสียจริงๆ..
ใบหน้าคมโน้มลงเข้าใกล้ก่อนปากหยักจะกระซิบลงข้างหู..
“แจจุงครับ ทำไมดื้อนักนะ ชอบทำอะไรแปลกๆ แถมยังขวางโลกที่หนึ่ง เอาแต่ใจก็ที่สุด ..แต่ไม่รู้ทำไม ผมก็ยังรักคุณเสมอ”
นึกแล้วก็ขำตัวเอง..คำบอกรัก.. ผมไม่เคยพูดเลยในขณะที่แจจุงยังคงมีสติหรือไม่ก็ได้แต่เนียนไปวันๆ คงจะถูกของไอ้ยูชอนมันที่เคยปรามาสผมไว้ว่า ‘ป๊อด’ ใช่แล้ว ผมกลัว.. กลัวว่าแจจุงจะไม่ยอมให้ยุนโฮคนนี้อยู่ข้างกายอีกต่อไป..
“หือออ.. อะไรมางุ้งงิ้งๆข้างหูว้าา..”
เสียงหวานที่ดังขึ้นมาทำเอาคนที่กำลังทำซึ้งชะงักค้าง แล้วไอ้คนที่เคยนอนนิ่งๆมันก็เริ่มดิ้นไปดิ้นมาก่อนลุกขึ้นนั่งแล้วชูมือกลางอากาศ..
“โชน แก้วคร๊าบน้องซังอา” พูดเสร็จมือเล็กก็ตะปบเข้าที่มือใหญ่ทันทีแล้วออกแรงดึงคนตัวสูงเข้ามาใกล้พร้อมๆกับเจ้าตัวก็ขยับไปใกล้ไหล่หนาก่อนจะซบที่ไหลหน้าก่อนจะถูไถหัวกลมๆของตนไปมาอย่างอ้อนๆ.. ทำเอาผมที่อารมณ์เพิ่งสงบนั้นเริ่มปั่นป่วนขึ้นมาอีกรอบแต่คราวนี้แต่มันไม่เหมือนเดิมตรงที่อารมณ์ที่ประทุใหม่นั้นมันวูบๆวาบๆพิกล เนื่องด้วยมีมือเล็กๆของแจจุงเริ่มปัดป่ายไปตามเนื้อตัวของผมด้วย..
โอ้ย ยุนโฮอยากจะบ้า..
มือแกร่งรวบมือเล็กที่เริ่มซุกซนไว้ ก่อนกดเจ้าตัวแสบให้นอนราบลงกับเตียงพร้อมกับที่ในใจก็เริ่มนับหนึ่งถึงร้อย..ข่มอารมณ์
“นี่ไม่ใช่ซังอา นี่ยุนโฮ” ผมพูดเสียงเข้มตามอารมณ์หึงที่เริ่มเกิดพร้อมกับไอ้อารมณ์ปั่นปวนวูบๆวาบๆนั่นด้วย.. อยากจะรวบหัวรวบหางให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเสียเดี๋ยวนี้ แต่จิตใจส่วนดีก็ยังค้านเตือน.. แล้วผมก็เริ่มทำหน้าที่เช็ดตัวคนเมาอีกครั้ง.. มือหนาเริ่มไล้มือที่มีผ้าชุบน้ำตามเนื้อตัวขาวๆเหมือนสีน้ำนมอย่างตั้งใจเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้สติกระเจิง..
“อืมม..อย่างนั้นและครับน้องซางอา..อา..” เสียงครางที่ดังออกมาจากปากแดงสดที่เผยอน้อยๆนั้นทำเอามือแกร่งชะงักนิ่ง..พร้อมกับสติของผมที่พยายามควบคุมไว้กระเจิดกระเจิงทันที
ผมหึงแล้วนะ..
“ลืมตาแล้วมองหน้าฉันแจจุง..ฉันชื่อจองยุนโฮ” เสียงเข้มเอ่ยขึ้น ในขณะที่ดวงตาคู่สวยก็เปิดปรือขึ้นมาช้าๆ แล้วใบหน้าหวานก็ส่งยิ้มให้..
“อือ..ยุนโฮจริงด้วย..” พอได้ยินเสียงตอบรับกลับมาแบบนั้นปากหยักก็ยกยิ้มขึ้นอย่างมีเลศนัยทันที ก่อนที่จะค่อยๆไล้มือที่กำผ้าชุบน้ำแล้วค่อยๆไล้ไปตามหน้าท้องแบนราบเป็นจังหวะหนักเบาสลับกันไปก่อนจะเลื่อนขึ้นบนเรื่อยๆจนถึงตุ่มไตสีชมพูสวยแล้วมือหนาก็กดสัมผัสหนักๆเน้นๆจนร่างเล็กสะท้านเฮือก.. ใบหน้าหวานที่เป็นสีชมพูอ่อนๆนั้นขึ้นเป็นสีแดงขึ้นมาเรื่อยๆ..
“อืออ..” เมื่อได้ยินเสียงครางหวานหูปากหยักก็ยกยิ้มมากขึ้น..
“เป็นไงบ้าง” เสียงเข้มถาม.. รู้ตัวดีว่ามันไม่ใช่การเช็ดตัวแบบปกติแล้ว..แบบนี้มันคือการปลุกปั่นอารมณ์..
สาบานได้ว่าผมแค่อยากแกล้งแจจุงให้ทรมานเล่นๆเท่านั้นเอง..ไม่ได้คิดเป็นอย่างอื่น
“ยุนโฮจูบ..ตอนนี้แจจุงอยากจูบ” สิ้นเสียงหวานปากบางก็กดเข้ามาแนบชิดเสียแล้ว.. แขนเล็กโอบรอบคอของร่างสูงไว้ โดยที่มือข้าหนึ่งกำเสื้อเนื้อดีของผมแน่น ส่วนอีกข้างก็ขยุ้มเรือนผมสีดำสนิทไว้แน่นตามอารมณ์ที่ถูกปลุกปั่นขึ้นมา.. และแน่นอนว่าตอนนี้สติ สามัญสำนึก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี เหตุผล หรืออะไรเทือกๆนี้ของผมถูกตีแตกกระเจิง..
ร่างบางถูกดันตัวแนบลงกับพื้นเตียงหนานุ่มอีกครั้งในขณะที่ทั้งสองคนไม่ได้ผละริมฝีปากที่บดคลึงปากซึ่งกันและกันออก ลิ้นหนาที่สำรวจอยู่ในโพรงปากหวานนั้นเริ่มเกี่ยวกระหวัดลิ้นเล็กที่ตอบสนองอย่างไม่เป็นประสาแล้วชักนำเข้าสู่ปากของตน..
ในขณะที่มือข้างหนึ่งของผมที่ไม่ได้ถือผ้าชุบน้ำไว้แล้วไล้เข้าไปสัมผัสเนื้อเนียนนุ่มใต้ชายเสื้อ แล้วมืออีกข้างก็ลูบไล้ที่ต้นขาอ่อนผ่านผ้ายีนส์เนื้อหนาของคนเมาที่นอนกระสับกระส่าย
อารมณ์ของผมถูกตีกระเจิงมายิ่งขึ้นเมื่อแจจุงแอ่นตัวรับสัมผัสนั้น ดวงตาคู่สวยที่หวานเยิ้มไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์และอารมณ์ปรารถนานั้นจดจ้องเข้ามาในดวงตาของผมจนหัวใจที่อยู่ในอกผมเต้นรุนแรงอย่างบ้าคลั่ง แล้วยิ่งได้สัมผัสผิวเนื้อเนียนนุ่มที่ใฝ่ฝันหามานานแบบเต็มไม้เต็มมือแบบนี้..
ยุนโฮแทบบ้า เอาช้างมาหยุดก็ไม่อยู่ เอาอะไรมาห้ามก็ไม่ได้.. เพราะตอนนี้อารมณ์ปรารถนาของผมที่อดกลั้นมานานแสนนานกำลังแข่งกันประทุเสียยกใหญ่ โดยเฉพาะตรงกึ่งกลางลำตัวที่เริ่มรู้สึกปวดร้าวและอึดอัดชอบกลเมื่ออะไรบางอย่างกำลังขยายตัวภายใต้กางเกงพอดีตัว
เสื้อเนื้อดีของแจจุงถูกถอดออกทางศีรษะอย่างง่ายดายตามด้วยกางเกงยีนส์สีซีดนั่นกองไปอย่างปลายเท้าโดยที่เจ้าตัวเองก็เป็นคนช่วยผมถอด.. เมื่อเสื้อกับกางเกงของแจจุงถูกเราสองคนช่วยกำจัดไปเรียบร้อยแล้ว มือเล็กที่ซุกซนก็เริ่มหาเป้าหมายใหม่โดยที่เข้ามาป้วนเปี้ยนแถวกระดุมเสื้อผมอีก.. แต่ผมรวบมือเล็กไว้แล้วก้มลงจูบปากสีแดงนั่นอีกครั้งอย่างกระหายหิวในขณะที่มือนั้นก็ค่อยๆรูดชั้นในตัวจิ๋วของแจจุงไปกองรวมอยู่กับกางเกง..
ผมค่อยๆใช้มือลูบไล้เรือนกายเปลือยเปล่าตรงหน้าอีกครั้ง แจจุงบิดกายสะท้านทุกที่ที่ผมลากมือผ่าน
“อืออ..มันรู้สึกแปลกๆ..” เสียงหวานหูที่ดังขึ้นนั้นทำให้ผมได้สติเป็นครั้งแรกหลังจากหยอกล้อกับร่างกายขาวนี้มานานพอสมควร.. มันทำให้ผมหยุดชะงัก แต่มันก็ทำให้ผมได้มองร่างกายของแจจุงชัดๆเป็นครั้งแรก..
สวย ไร้ที่ติ ราวกับภาพวาด..
แต่ก็ไม่ควรแตะต้อง..
ตอนนี้ผมกับแจจุงเป็นเพื่อนกันเท่านั้น.. แต่ถ้าผมก้าวไปมากกว่านี้มันจะทำให้ผมไม่มีจุดยืน ปัญหาใหญ่จะตามมา..
ตอนนี้ผมสับสนไปหมดไม่รู้จะทำอย่างไรต่อดี.. อยากจะหยุดการกระทำเห็นแก่ตัวเอาของตนเสียจริง แต่อารมณ์ที่ปะทุขึ้นมาแล้วก็ยากจะระงับ .. แต่ถ้าจะหยุดก็ต้องหยุดเสียตอนนี้เลยเพราะรู้ดีว่าถ้ามากกว่านี้แล้วเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหยุด..
“ปัดโถ่โว้ย ขอโทษนะแจจุง” ผมพูดกับแจจุงเร็วๆก่อนดึงผ้าห่มผืนใหญ่คลุมร่างกายอันแสนเย้ายวนไว้ลวกๆแล้วผละออก
ถ้าไม่มีมือเล็กรั้งเอาไว้ก่อนนะ.. แล้วปากบางก็แนบเข้ามาชิดเราสองคนแรกจูบกัน ก่อนที่มือบางค่อยๆลูบไล้ตามเรือนกายแกร่งบ้างทำเอาสติของผมกระเจิงอีกครั้ง
“ไม่รู้ทำมายย..แจจุงอยากจูบ อยากสัมผัส แจร้อน ยุนโฮอย่าทิ้งแจจุงไว้นานซี..” เสียงหวานเอ่ยขึ้นมาเมื่อเราถอนจูบออกจากกัน ทำให้ผมหัวเราะเบาๆ..
ผมตัดสินใจแล้ว..
“แจจุงอนุญาติให้ยุนโฮทำนะ” ผมพูดขึ้นในขณะที่กดร่างบางลงเตียงอีกครั้งในขณะที่จูบซับที่หน้าผากแล้วต่อด้วยแก้มใสทั้งสองข้างจบท้ายที่ปลายคางก่อนที่ค่อยๆกดจูบหนักๆเรื่อยมาถึงซอกคอจนเป็นรอยแดงๆ..
ผมจะไม่ฝืนตัวเองและบังคับแจจุง..
“อะ..อืมม..ห้ายทำ” เสียงหวานตอบกลับมา..แม้จะแน่ใจก็เถอะว่าตัวแสบยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาขอทำอะไร..แต่แจจุงก็ตอบรับกลับมาอย่างว่าง่ายแล้ว และนั่นทำเอายุนโฮยิ้มเจ้าเล่ห์อีกครั้ง ก่อนเริ่มขบเม้มต่อจนมีรอยประทับตราทั่วไปหมด ก่อนที่ปากหยักจะเข้าครอบครองตุมไตเล็กสีชมพูหวาน..แล้วค่อยๆดุนดันตุ่มนั้นจนเป็นไตขึ้นมาและร่างเล็กก็แอ่นเข้าหายุนโฮหามอารมณ์ที่ประทุ..
ปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตามธรรมชาติ..
“แล้วพอได้ยุนแล้วก็ช่วยรับผิดชอบกันหน่อยนะ” ผมพูดขึ้นในขณะที่ไล้มือไปตามร่างกายอันแสนเย้ายวนนี่อีกครั้งพร้อมทั้งไม่ยอมปล่อยปากออกจากตุ่มสีชมพูน่ากินนั่น ในขณะที่มือข้างหนึ่งเอื้อมมือไปทางหัวเตียงที่จำได้ว่ามีโลชั่นทาผิวตั้งอยู่แล้วบีบใส่นิ้วจนชุ่มก่อนที่แทรกนิ้วเข้าไปในช่องทางสีหวานช้าๆ.. เพียงเท่านั่นร่างกายของแจจุงก็เกร็งกระตุกขึ้นมาทันที ช่องทางคับแคบนั้นเริ่มบีบรัดสิ่งแปลกปลอมอย่างต่อต้าน หากแต่ทำให้อารมณ์ของผมนั้นทะยานขอนสูงจนเกือบปลดปล่อยออกมา..
“อ๊ะ..ยุนโฮทามอะไรของนายน่า..มันจุก..อึก..” เสียงหวานร้องออกมาทันทีทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นมองปฎิกิริยาของแจจุงอย่างเป็นห่วง เมื่อเห็นแจจุงเม้มปากแน่นแล้วส่ายหัวไปมาแบบนั้นก็ขมวดคิ้ว..นี่แค่นิ้วเดียวเองนะ ก่อนที่เลื่อนตัวขึ้นไปจูบปากบางนั่นเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ให้แจจุงพร้อมทั้งค่อยๆลูบไล้แก่นกายเล็กที่เริ่มขยายตัวบ้างแล้วจนทำให้แจจุงครางออกมาเสียงหลงเมื่อโดนปลุกเร้าหนักเข้า
“อ๊ะ..อ๊าาาา...”
ผมเลยอาศัยจังหวะนั้นสอดนิ้วเข้าไปเพิ่มแล้วเริ่มขยับเข้าเข้าออกจนแจจุงร้องครางไม่เป็นภาษาและเมื่อเห็นว่าร่างบางนั้นเริ่มรับได้แล้ว.. คงถึงเวลาของยุนโฮน้อยที่รอคอยอยู่นานเสียที..ผมจึงเคลื่อนตัวไปจูบกับแจจุงอีกครั้งจนร่างบางนั้นอ่อนระทวยอีกครั้ง..ที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ทั้งยังค่อยๆกอบกุมส่วนอ่อนไหวของแจจุงขึ้นมาแล้วรูดขึ้ดรูดลงอย่างเป็นจังหวะ.. ในเวลานั้นเองผมก็ค่อยๆแยกขาของแจจุงออกจนกว้างก่อนค่อยๆดันส่วนอ่อนไหวของผมเข้าไปในช่องทางสีหวานนั้นช้าๆ เพียงเท่านั้นเองแจจุงที่กำลังเคลิ้มอยู่ก็ร้องโวยลั่นขึ้นมา
“โอ้ยยย..เจ็บบบ..น้า ไอ้ยุนโฮบ้า..ทำ..อะ..อุ๊ฟ” ผมเลื่อนตัวขึ้นไปจูบแจจุงจนร่างบางจนอ่อนระทวยอีกครั้งก่อนค่อยๆเดินหน้าช้าๆในขณะที่ผมจับสะโพกสวยไว้มั่นไม่ให้ดิ้นหนีไปไหน จนส่วนของผมเข้าไปได้ทั้งหมด.. ทั้งๆที่อยากจะเดินหน้าเต็มกำลังแต่ผมก็เลือกที่จะหยุดนิ่งรอให้แจจุงคุ้นชินกับสิ่งแปลกปลอมเสียก่อน..
ดวงตาหวานที่มีน้ำตาคลอหน่วงเต็มสองตาตวัดค้อนผมก่อนที่ริมฝีปากบางบ่นอุ๊บอิ๊บ
“จ..เจ็บ..ยุนโฮบ้า..งือ..”
ภาพที่เห็นนั้นทำให้ผมหลุดยิ้มด้วยความหมั่นเขี้ยวก่อนก้มลงฟัดแก้มกลมๆนั่น ก่อนเลื่อนมามอบจูบแสนหวานและลึกล้ำให้อีกครั้ง แล้วผมก็ค่อยๆขยับกายเข้าออกเป็นจังหวะ.. ไม่นานจูบหวานซึ้งก็แปลเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนในขณะที่ผมก็ขยับกายอย่างรุนแรงตามอารมณ์ จนทำให้เราทั้งสองคนแข่งกันส่งเสียงครางแข่งกันดังลั่น เสียงขยับกาย เสียงเสียดสีกันของผิวเนื้อ เสียงเตียงขยับเอี๊ยดอ๊าด ดังขึ้นท่ามกลางเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำมากขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดเราทั้งสองคนก็ถึงฝั่งฝันพร้อมกัน
ผมปลดปล่อยเข้าไปในตัวแจจุงในขณะที่แจจุงก็ปลดปล่อยออกมาเลอะตัวเราสองคนเต็มไปหมด.. และเมื่ออารมณ์ถูกปลดปล่อย..ตัวผมนั้นก็เหมือนถูกปลุกขึ้นจากความฝันอันแสนหวานแล้วขึ้นมาพบกับความเป็นจริง..
แจจุงหลับไปแล้ว..ทั่วร่างกายมีร่อยรองที่ผมฝากเอาไว้เต็มไปหมด.. เราสองคนเปลือยเปล่าทั้งคู่..พวกเรามีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันแล้วในขณะที่แจจุงเมา ซึ่งนั่นเท่ากับว่าผมล่อลวงฉวยโอกาสแจจุงชัดๆทั้งที่จริงๆแล้วผมพยายามข่มอารมณ์แล้ว..เอ่อ จริงๆนะ ผมยกมือขึ้นกุมศีรษะที่ปวดจี๊ดขึ้นมา..ไม่ใช่ว่าเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น.. แต่ผมกลัว...
แจจุงจะร้องไห้ไหม..
แจจุงจะโกรธผมไหม..
จะเป็นแบบไหนก็ได้แต่อย่าให้เกลียดผมเลย.. ผมขอแค่นี้..
ผมพร้อมรับผิดชอบ จัดงานแถลงข่าวเป็นทางการว่าเราคบกันหรือแต่งงานก็ได้.. แล้วแจจุงล่ะจะรับผิดชอบหัวใจผมไหม..
....
ทางด้านชางมินและยูฮวานนั้นหลังจากเข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ยตอนที่คุยอยู่กับจุนซูนั้น ตอนนี้ทั้งสองก็เริ่มกลับมาทะเลาะกันอีก..แล้ว ตอนนี้สองคนอยู่ในห้องครัว ตัวผมนั้นก็มาหาอะไรกินเหมือนเคย ส่วยอีกคนนั้นผมก็ไม่รู้ว่ามันเข้ามาทำไม ก็มันเล่นนั่งนิ่งอยู่บนโต๊ะกินข้าวเป็นเพื่อนผมต้องแต่ผมประเดิมจานแรกจนจากสุดท้ายก็ไม่เห็นมันจะกินอะไรเสียที
แล้วแกเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของฉันทำไมหา.. ให้บรรยากาศมันเสียหมด จนผมกินอะไรไม่ค่อยลงเลยดูสิ
“นี่นายใช้อะไรคิดถึงไปเซี่ยมสอนพี่จุนซูแบบนั้น” ผมชวนคุยเมื่อเริ่มรู้สึกรำคาญที่มันเอาแต่จ้องเงียบๆอยู่แบบนั้น จะว่าไปผมก็เพิ่งระลึกขึ้นได้.. การกระทำหลายแบบที่ผมช่วยไอ้เตี้ยนี่กรอกหูพี่จุนซูไปเมื่อครู่นั้นมันไม่เหมาะสมเลยสักนิด
“ทำไมล่ะฮะ เมื่อกี้พี่มินก็เห็นด้วยอยู่เลยไม่ใช่หรอ และแค่นี้น่ะ..ที่เมกามันเป็นเรื่องธรรมดามากๆเลยนะขอบอก แล้วถ้าใครที่อายุประมาณพี่นะฮะ ถ้ายังซิงอยู่อายเขาตายเลยแหละ เขาเรียกว่า..อ่อน” คำตอบกลับมานั้นทำเอาผมตวัดสายตาไปมองไอ้คนพูดที่ทำลอยหน้าลอยตา..ปากแดงๆจุ๊ปากก่อนบ่นพึมพำว่า..ไม่ไหวๆนั่นทำเอาผมทั้งหมั่นไส้และโมโห
อัจริยะเบอร์หนึ่งอย่างผมไม่เคยมีใครดูถูกไม่ว่าเรื่องไหนก็ตาม.. ส่วนมันก็เป็นแค่เด็กแก่แดดคนนึงเท่านั้น เออ เก่งนักใช่ไหม..เรื่องพรรค์นั้นน่ะ
ถึงผมไม่เคยปฏิบัติแต่ทฤษฎีแน่นนะ?.. อย่ามาดูถูก
“งั้นแข่งกันไหม”
ปากสีแดงสดที่เคยจ้อไม่หยุดอ้าค้างทันทีเมื่อผมพูดจบ ก่อนเลิกคิ้วขึ้น
“อะไรนะฮะ แข่งอะไรริคกี้ไม่ชอบเล่นเกมส์ มีแต่เด็กย่างพี่มินกับพี่เซียเท่านั้นแหละที่เล่น” น้ำเสียงนั่นบ่งบอกความ..ไม่มั่นใจ.. แม้จะแป็บเดียวแต่ไม่รอดสายตาเฉียบคมของผมไปได้.. หืม หรือว่าจะเก่งแต่ปากกันนะ?
“จูบแข่งกันใครถอนจูบก่อนแพ้ โอเค?”
เอาวะ สาวๆมินขอโทษนะครับที่ผมไม่สามารถเก็บจูบแรกให้พวกคุณได้ แต่ผมก็อยากรู้เหมือนกันระหว่างผมที่อ่านภาคทฤษฎีมาแล้วหลายตำรากับไอ้เด็กแก่แดดที่ดูถูกผมเรื่องซิง(เขาดูถูกแล้วจริงๆแหละ)ใครจะแน่กว่ากัน... ยูฮวานไม่ตอบรับผมแต่กับหัวเราะแทน
“ตลก..”
ผมไม่รอช้า..อาศัยความตัวสูง..ลุกขึ้นยืนยืดตัวเล็กน้อยแล้วชะโงกหน้าข้ามโต๊ะไป ก็ทำให้ใบหน้าผมก็เกือบชิดใบหน้าของยูฮวานแล้ว ผมยิ้มกวนๆให้กับใบหน้าตกใจนั่นก่อนประทับริมฝีปากลงไป...
แล้วไงต่อวะ..??
อ้อ..
แล้วผมก็พยายามแทรกลิ้นเข้าไปในปากที่เม้มแน่นนั่นแต่ทำไมได้เลย..และผมก็มือใหม่เกินไปที่จะทำให้ร่างเล็กตรงหน้าเปิดปากได้ จึงใช้มือช่วยบีบคางเล็กนั่นจนปากที่เม้นแน่นอ้าออก แต่แล้วร่างทั้งร่างผมก็ถูกมือเล็กดันออกมาจนเสียกระเด็น.. ตัวก็เล็กทำไมแรงเยอะอย่างนี้นะ?
ร่างเล็กวิ่งฉิวออกไปเลย ทำให้ผมมองอย่างงงๆตามไป.. ไหนว่าเก่ง ที่แท้ก็เก่งแต่ปากนี่หว่า..
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ตอนนี้เพิ่งได้ฤกษ์เล่นบล็อกค่ะ ต่อไปตอนที่มีฉากนั้นจะไว้ในบล็อนนี้ รวมถึงตอนพิเศษ SF ต่างๆด้วยค่ะ เรื่องจะได้เป็นหมวดหมู่เสียที
กลับweb dek-d
2011/11/15(火)
SF In Heaven
Title: In heaven
Author: junghaneul
Pairing: YunJae
ยุนโฮ...เราเลิกกันเถอะ...
คำพูดของเธอทำให้ผมเจ็บปวดเหลือเกิน... ผมได้แต่ตะโกนร้องอย่างบ้าคลั่ง...คุณอยู่เคียงข้างผมต่อไปไม่ได้หรือ... ผมค่อยๆหลับตาลงพร้อมกับหยาดน้ำตามากมาย.. ซึ่งผมไม่สามารถทำอะไรได้เลย ได้แต่ร่ำร้องว่าเรื่องราวทุกอย่างเป็นเพียงการโกหก...ไม่... ผมไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น... ได้โปรด...
รักผมอีกครั้ง...
ก่อนที่ผม...
สองเท้าที่แทบไม่มีแรงค่อยๆหยุดยืนอยู่ที่กลางสะพานใหญ่.. ตาคมที่บวมช้ำนั้นมองออกไปยังสายน้ำที่อยู่ด้านล่าง.... อย่างเลื่อนลอย ก่อนค่อยๆปีนออกไปนั่งอยู่ที่ขอบสะพาน... สองตาค่อยๆหลับตาก่อนที่จะตัดสิ้นใจจบเรื่องราวทุกอย่าง...ไม่ไหวแล้ว...หัวใจดวงนี้เจ็บปวดจนรับอะไรไม่ไหวแล้ว....
แล้วร่างทั้งร่างก็ร่วงหล่นสู่กระแสน้ำเชี่ยว... ความเจ็บปวดเกินคาดเดานั้นทิ่มแทงเข้ามาในร่างพร้อมกับลมหายใจนั้นถูกคมเคียวของยมทูตกระชากออกจากร่างอย่างรวดเร็ว.. กระแสน้ำมากมายทะลักเข้ามาในจมูกและปากจนปริมาณน้ำในร่างกายมีมากเกินกว่ามนุษย์คนหนึ่งจะรับไหว... ลมหายใจค่อยๆหมดลง... ทุกอย่างมืดลงเรื่อยๆ...
ในวินาทีที่ชีวิตหนึ่งกำลังดับสูญ... ตอนที่ทุกอย่างกำลังหายไปนั้น ร่างทั้งร่างก็ถูกกระชากขึ้นสู่ผิวน้ำพร้อมกับอ้อมแขนอบอุ่นของใครบางคนกอดกระชับเข้ามาที่ร่างเย็นชืด ก่อนริมฝีปากนุ่นของคนๆนั้นจะแนบเข้ามาที่ปากหยักอันขาวซีดพร้อมกับเป่าลมเข้าปากหยักต่อลมหายใจของคนใกล้ตายไว้...
ภาพเลือนรางที่ยุนโฮได้เห็นก่อนที่เขาจะสลบไปอีกครั้งนั้นคือ...ใบหน้าหวานราวกับนางฟ้าของใครบางคนที่ยิ้มกว้างอย่างดีใจพร้อมกับเสียงหวานราวกับระฆังดังก้องข้างหู...
“ยุนโฮ... ยุนโฮหายใจแล้ว”
เขาคือใครกัน...
...
ประสาทสัมผัสทุกส่วนค่อยๆตื่นตัวช้าๆก่อนที่ความปวดเมื่อยแสนสาหัสจะแล่นเข้าทำร้ายคนที่นอนนิ่งถึงกับร้องครางออกมาเบาๆ... ก่อนตาคมจะค่อยๆลืมขึ้นก็เห็นว่าตอนนี้ตนนอนอยู่ที่ห้องนอนของตนนั่นเอง... หากแต่เมื่อจะลุกขึ้นก็พบว่าร่างกายทั้งหมดนั้นไม่มีแรงแม้แต่ขยับตัวเสียอย่างนั้น แล้วตาทั้งสองข้างค่อยๆปิดลงอย่างเหนื่อยล้าอีกครั้ง ก่อนที่จะลืมขึ้นอย่างตกใจเมื่อได้ยินเสียงหวานของใครอีกคนดังขึ้น...
“ยุนโฮตื่นแล้ว...”
เสียงหวานดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ช่วยชีวิตยุนโฮไว้...แม้จะเลือนรางแต่ก็ชัดเจนในความรู้สึก...งดงามราวภาพวาด..ไร้ที่ติ... ตากลมโตสวยหวาน จมูกโด่งจิ้มลิ้มรับกับปากบางสวย ผิวกายขาวผ่องรับกับเสื้อผ้าสีขาวทั้งชุดเป็นอย่างดี.... ตอนนี้ร่างนั้นยืนหยุดอยู่ข้างเตียงพร้อมกับส่งยิ้มอ่อนๆมาให้...
“คุณคือใคร...” เสียงแหบห้าวถามขึ้นพร้อมกับคิ้วเข้มขมวดยุ่ง.... แน่ใจว่าไม่เคยรู้จักคนๆนี้มาก่อนแน่นอน... แล้วทำไมถึงเรียกชื่อเขาได้อย่างถูกต้อง แล้วยังเข้ามา..ไม่สิ พาเขาเข้ามาที่บ้านได้อีก.... ซึ่งคำถามนั้นของร่างสูงทำเอาใบหน้าหวานชะงักงันไปชั่วครู่ก่อนจะตอบออกมาพร้อมรอยยิ้มที่กว้างขึ้นจนตากลมโตแทบปิด...
“คุณพูดกับผมหรอ” คำตอบนั่นทำเอาคนที่ลุกไม่ขึ้นแทบอยากจะลุกขึ้นมาตะโกนใส่หน้าหวานๆนั่นเสียจริงว่า...นี่นายคิดว่าฉันคุยกับตัวเองอยู่หรือไง... สักพักร่างบางก็เริ่มยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก่อนพูดต่อ...
“ฮิ..แจจุงครับ...ผมคิมแจจุง”
“คุณรู้จักผม..? ผมได้ยินคุณเรียกชื่อผมก่อนที่ผมจะหมดสติ แล้วเมื่อกี้อีก... และคุณก็รู้ว่าผมพักที่ไหน..นอนห้องไหน... แต่ผมไม่คุ้นหน้าคุณเลย...” ยุนโฮอดถามขึ้นอย่างสงสัยไม่ได้.. ทำไมกันนะ...เขาไม่เคยเห็นใบหน้าหวานแบบนี้มาก่อนในชีวิตแต่กลับรู้สึกคุ้นชื่อนี้อย่างประหลาด...ตอนที่ร่างบางนั้นพูดว่า...คิมแจจุง...นั้น หัวใจของยุนโฮเต้นผิดจังหวะ อีกทั้งยังบีบรัดจนเจ็บแปลบ...ทำไมกัน
“ครับ ผมรู้จักคุณ... เพราะผมก็พักอยู่แถวๆนี้ก็เลยเห็นคุณบ่อยๆแต่คุณคงไม่ได้สังเกตเห็นผม ...”คำตอบนั้นทำให้ยุนโฮพยักหน้ารับด้วยดวงตาเหม่อลอย.... ความเงียบเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้งเมื่อทั้งสองคนเอาแต่เงียบ... ความคิดของยุนโฮก็เริ่มฟุ้งซ่าน.... ผมยังไม่ตาย...ทำไมพระเจ้าต้องให้ผมมีชีวิตต่อไปด้วย...แล้วผมจะอยู่ได้อย่างไร...ในเมื่อตอนนี้...หัวใจผมตายไปแล้ว... ผม... อยากตาย
“ความตายน่ะ...มันไม่สวยหรูหรอกนะ คนที่คิดแบบคุณน่ะ...มันแย่ที่สุดเลยรู้ไหม มีหลายคนที่ไม่อยากตายแต่ต้องตาย... แต่คุณกลับอยากตาย...ผมเสียใจจริงๆที่มีคนคิดแบบนี้อยู่บนโลกด้วย”
เสียงหวานดังขึ้นจากความเงียบงันทำให้ยุนโฮค่อยๆหันไปมองปากบางที่เริ่มเม้มแน่นและดวงตาคู่สวยก็หลุบลงต่ำราวกับกำลังจมอยู่ในความคิดตัวเอง.... และนั่นทำให้ร่างสูงถอนหายใจยาวก่อนที่จะเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า...
“คุณไม่รู้หรอก....คุณไม่ได้เจอแบบผมก็พูดได้...สำหรับผม...”
“มันก็แค่การหนีปัญหา...” เสียงหวานเอ่ยขึ้นทันควันพร้อมกับดวงตาสองคู่จดจ้องกันอย่างไม่มีใครยอมใคร จนในที่สุดยุนโฮเป็นฝ่ายพูดออกมาด้วยเสียงต่ำเข้มพร้อมกับหันหน้าไปทางอื่นที่พ้นจากใบหน้าหวานตรงหน้า...
“ผมอยากอยู่คนเดียว”
เสียงถอนหายใจดังขึ้นก่อนจะตามด้วยเสียงหวานที่ฟังดูเหนื่อยหน่ายชอบกล...
“ได้... ผมจะให้เวลาคุณคิด.... ลองคิดให้ดีแล้วกันถ้าคุณตายไปใครเสียใจที่สุด... ผู้หญิงคนนั้นหรอ...หรือจะเป็นพ่อแม่พี่น้องของคุณ” คำพูดนั้นทำเอาคนฟังถึงกับสะอึก...ความรู้สึกผิดในสิ่งที่ตนกระทำตีตื้นเข้ามาในมโนสำนึก...แต่ทิฐิมีสูงกว่ายิ่งนัก ใบหน้าคมเลยหันกลับไปหวังเพียงจะได้เถียงกับไปซักนิดว่าตนนั้นไม่ผิดสักหน่อย... แต่เมื่อหันกลับไปก็ต้องพบกับความจริงที่หน้าตกใจว่า...คิมแจจุงหายไปแล้ว...ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน หน้าคมหันซ้ายหันขวาเลิกลัก... ขมวดคิ้วยุ่งเมื่อไม่เห็นใครเลย....
ตอนกลางคืน...เสียงสายลมพัดหวีดหวิวให้ความรู้สึกน่ากลัวอย่างประหลาด... ร่างหนานอนกระสับกระส่ายไปมาบนเตียงนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นตั้งแต่พบเจอแจจุง...ประหลาด... คำนี้คือคำนิยามที่ยุนโฮให้แก่ร่างบาง... ยังติดใจไม่หายกับการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของแจจุงเมื่อเย็น...
พรึ่บ... สายลมแรงพัดเข้ามาพร้อมกับผ้าม่านปลิวไสวทำให้คิ้วเข้มต้องขมวดยุ่งเมื่อไม่เข้าใจว่าลมพัดเข้ามาได้อย่างไรทั้งที่หน้าต่างปิดสนิททุกบาน
ร่างสูงค่อยๆเดินเข้าไปใกล้หน้าต่างเจ้าปัญหาแล้วเลิกผ้าม่านขึ้นก็พบว่าหน้าต่างนั้นยังคงปิดสนิทดี... แต่ประก็ต้องชะงักด้วยความตกใจเมื่อเห็นใครบางคนนั่งแกว่งชิงช้าเบาๆอยู่ตรงสวนหลังบ้าน...
คิมแจจุง!! ... ใบหน้าสวยหวานนั้นลอยเด่นชัดเจนภายใต้แสงจันทร์ ผิวกายและชุดสีขาวนั้นราวกับเป็นแสงนีออนทำให้มองเห็นได้เด่นชัดในความมืดได้ดีเสียเหลือเกิน... ใบหน้าหวานที่เหม่อลอยนั้นค่อยๆหันมาช้าๆแล้วสบตาคมเข้าอย่างจัง...
ยุนโฮขยี้ตาตัวเองเพื่อให้ความมั่นใจกับตัวเองว่าไม่ได้ตาฝาดไป..
ก่อนจะรีบวิ่งไปยังประตูแล้วเปิดออกอย่างรวดเร็ว..แล้วตรงไปที่ประตูหลังบ้านแล้วเปิดผ่างออก...สายลมเย็นจัดพัดเข้ามาจนทำเอาร่างหนาที่อยู่ในชุดนอนธรรมดาสะท้าน... หนาว... แล้วหมอนั่นไปนั่งทำบ้าอะไรดึกๆดื่นๆแบบนั้น... คิดแล้วก็รีบตรงไปที่ชิงช้าเจ้าปัญหาทันที...
ไม่มี !!
ที่นั่นไม่มีใครอยู่แล้วนอกจากเศษขนนกสีขาวที่ปลิวร่วงลงมาจากที่ไหนสักแห่ง... มือหนาก็เอื้อมคว้าไว้โดยไม่รู้ตัว... สัมผัสเบาบางนุ่มนิ่มที่มือนั้นมันทำให้อดนึกถึงใครบางคนไม่ได้...
คิมแจจุง.....
ตาคมตวัดมองขนนกสีขาวในมือก่อนที่พึมพำออกมา....
“แจจุง... คุณทำตัวแปลกเกินไปแล้วนะ”
วันวันต่อมาแจจุงปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มหวานราวกับนางฟ้าอีกทั้งยังหอบหิ้วของกินมากมายมาเต็มสองมือเสียอีก ยุนโฮมองร่างบางอย่างไม่ไว้ใจ ยิ่งแจจุงเดินเข้ามาใกล้ ยุนโฮก็เดินถอยหลังเว้นระยะห่างออกไปเรื่อยๆ ซึ่งไม่นานใบหน้าเปื้อนยิ้มของแจจุงก็เริ่มบูดบึ้ง...
“เอ้าเป็นอะไรไป...จำผมไม่ได้หรือไง ทำหน้ายังกับเห็นผีแนะ” เสียงหวานดังขึ้นพร้อมริมฝีปากแดงๆนั่นก็เชิดขึ้นนิดๆอย่างงอนๆแล้วไหนจะแก้มป่องๆน่ารักแบบนั้นอีก... จนทำให้คนที่กำลังหวาดระแวงเดินเข้ามาใกล้คนสวยอย่างอดไม่ได้...
“ความจริงผมก็คิดว่าคุณเป็นผี... ” ยุนโฮพูดขึ้นอย่างประชดเล็กๆคิดว่าคนสวยตรงหน้าจะทำหน้าบูดมากขึ้นไปอีกแต่เจ้าตัวกลับระเบิดหัวเราะซะอย่างงั้น...
“ฮ่าๆๆ.. คิดได้ไงเนี่ยมีอารมณ์ขันเหมือนกันนะ... เอ้าๆไหนบอกมาสิทำไมคิดว่าผมเป็นผีไปได้” พูดเสร็จก็วางข้าวของไว้บนโต๊ะก่อนจะเดินมาใกล้ร่างสูงแล้วจ้องเข้ามาตาแป๋ว... การกระทำนั้นทำเอายุนโฮใบหน้าร้อนวาบ...ใกล้เกินไปแล้วนะ... ว่าแล้วร่างสูงก็ถอยฉากออกมาเสียไกลก่อนเริ่มพูด...
“เมื่อเย็นวาน...ผมไม่ได้ยินเสียงคุณเดินออกไปเลย...ราวกับว่า...อยู่ๆคุณก็หายตัวไปซะอย่างนั้น... และเมื่อคืนนี้อีก...ผมเห็นคุณนั่งแกว่งชิงช้าที่สวนหลังบ้านผม แต่พอผมออกไปดู..คุณก็ไม่อยู่แล้ว...แต่มันก็น่าสงสัยมีใครที่ไหนมานั่งแกว่งชิงช้าบ้านคนอื่นดึกๆดื่นๆกัน” พูดไปก็แอบรอบมองปฏิกิริยาของแจจุงไป... แต่แจจุงไม่แสดงอะไรออกมาเลยเพียงแต่รับฟังนิ่งๆเท่านั้น.... เมื่อพูดจบแล้วแจจุงก็ยืนนิ่งสักพักก่อนจะพูดตอบกลับมา...
“พูดแบบนี้...คุณไม่กลัวผมคิดว่าคุณเป็นบ้าหรือไง” แจจุงกล่าวยิ้มๆแต่เมื่อเห็นอีกคนไม่ยิ้มตาม ทำให้แจจุงนิ่งไปสักพักก่อนเสียงหวานค่อยๆเอ่ยอีกครั้งอย่างแผ่วเบา
“ใช่ ผมเป็นผี...มาหลอกคุณ...หึหึ ยุนโฮ.....” แจจุงพูดพร้อมกับยื่นมือมาใกล้ลำคอของยุนโฮช้าๆ หากแต่ร่างสูงที่ยืนมองอยู่นั้นไม่หวาดกลัวและไม่ขยับถอยไปไหน...กลับเอ่ยออกมาด้วยเสียงดุๆด้วยซ้ำ...
“เอาดีๆ ไม่เล่น...” สิ้นคำพูดนั้นใบหน้าหวานก็เบ้หน้าหนีทันที...
“โหว.. มีดุผีด้วยแฮะ...” ปากบางพึมพำๆออกมาพร้อมกับทำหน้าเหม็นฉุน จนคนที่มองอยู่อดขำเล็กๆไม่ได้...ก็ผีแบบนี้มันน่ากลัวเสียที่ไหนกันล่ะ...
แจจุงค่อยๆปรับสีหน้าเป็นจริงจังก่อนจะพูดออกมาด้วยเสียงเคร่งขรึม...
“แต่ถูกของคุณ.. ผมไม่ใช่ผี.. แต่ก็ไม่ใช่คน...” แจจุงพูดออกมายิ้มๆ แต่สีหน้าแลหมองเศร้าลงอย่างชัดเจน
คำพูดนั้นทำเอาคนฟังขนลุกวาบ...เรื่องจริงหรือเนี่ย... บรรยากาศรอบๆแจจุงแลดูน่ากลัวประหลาดจนทำเอา‘คน’อย่างยุนโฮอยากลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีไปไกลๆเสียจริง แต่เมื่อมองหน้าหวานๆตรงหน้าแล้วกลับก้าวขาไม่ออกเสียอย่างนั้น... กลับรู้สึกอยากเข้าไปใกล้ๆให้มากขึ้นเสียอีก....
“แล้วคุณเป็นอะไร”
“อืม...ความจริงผมก็ไม่รู้เหมือนกัน... คล้ายๆวิญญาณมั้ง.... ไม่มีบัญญัติแน่ชัดหรอก” แจจุงพูดขึ้นก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้โดยหันหน้าเข้าหาพนักพิง...แล้วเอาคางเกยที่พนักพิงไว้ ก่อนพูดต่อไปอย่างเหม่อลอย...
“ผมไม่มีความทรงจำตอนที่ผมเป็นคนเลยและก็ไม่มีใครมารับตัวผมไปไหนเหมือนที่วิญญาณดวงอื่นๆ ผมต้องอยู่บนโลกนี้ไปเรื่อยๆไม่มีจุดหมายไม่มีเพื่อนไม่มีอะไรทั้งนั้น... มันรู้สึกเหงาโดดเดี่ยวและอ้างว้างอย่างบอกไปถูก... แต่วันหนึ่งก็มีเด็กชายคนหนึ่งเข้ามาคุยมาเล่นกับผม ...เขาชื่อยุนโฮ... ตั้งแต่ตอนนั้นมาผมก็ติดตามเขาตลอด...แต่ว่า... พอเขาเติบโตขึ้นเขาก็ลืมผมและไม่สามารถมองเห็นผมได้อีก”
“คุณหมายถึงผมอย่างนั้นหรอ...” ยุนโฮพูดออกมาอย่างแผ่วเบา... ส่วนอีกฝ่ายก็พยักหน้ารับยิ้มๆ... ยุนโฮมองหน้าหวานที่เปื้อนยิ้มนั้นนิ่งงัน...เรื่อน่าเศร้าแบบนี้ทำไมยังยิ้มอยู่ได้อีก...
“แล้วหลังจากผมไม่เห็นคุณแล้ว...คุณยังตามผมอยู่รึป่าว”
“อื้ม... ผมไม่รู้จะไปไหนแล้ว... ไม่เคยมีใครติดต่อผมได้เลยนอกจากคุณ ญาติพี่น้องสมัยตอนผมมีชีวิตนั้นผมก็จำไม่ได้... ผมเลยตามคุณไปด้วยหวังว่าสักวันหนึ่งคุณจะเห็นผมอีกครั้ง”
“นอกจากไม่เห็นแล้ว ผมยังจำอะไรไม่ได้เลย...ทั้งๆที่ผมเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของคุณแท้ๆ” ยุนโฮพูดออกมาอย่างแผ่วเบา... รู้สึกแย่ที่ลืมอะไรได้อย่างง่ายดายจริงๆ... ใบหน้าหล่อเริ่มหม่นเศร้าขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้อีกคนพูดออกมายิ้มๆ...
“ไม่เห็นต้องเศร้าเลย... แค่ตอนนี้แจจุง...เอ้ย ผมก็มีความสุขมากๆแล้ว... ตอนนี้คุณมองเห็นผมและกำลังคุยกับผมอยู่...มันเป็นเรื่องที่ทำให้ผมมีความสุขมากจริงๆ..”
“เดี๋ยวนะ..ถ้าอย่างนั้น แสดงว่าตอนนี้ผมตายแล้ว?” ยุนโฮพูดออกมาเมื่อนึกได้... เมื่อสิ้นคำพูดนั้นทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้างก่อนที่มือเล็กจะโบกไปมา...
“ไม่นะ...คุณยังไม่ตาย...เพียงแต่...” เสียงหวานหายเงียบเข้าไปในลำคอก่อนที่จะยืนนิ่งไม่พูดไม่จาก่อนที่จะค่อยๆพูดออกมาอย่างแผ่วเบา...
“คุณยังไม่ฟื้น... ตอนนี้คุณ..ไม่สิ...ร่างของคุณอยู่ที่โรงพยาบาล แต่ผมไม่รู้ว่าทำไม่วิญญาณของคุณถึงอยู่ที่นี่... ทั้งๆที่ถ้ายังมีชีวิตอยู่วิญญาณไม่น่าจะออกจากร่างได้...ผมขอโทษ ถ้าผมช่วยคุณไวกว่านี้...คง....” พูดเสร็จดวงตาคู่หวานก็จ้องมองมาที่ใบหน้าคมนิ่ง... มันเป็นความผิดของแจจุง..
แจจุงเสียใจ... ใบหน้าเศร้าหมองตรงหน้าทำเอาหัวใจของยุนโฮกระตุกวูบ...
“มันไม่ใช่ความผิดของคุณหรอก..” ยุนโฮพูดขึ้นก่อนเอื้อมมือไปลูบกลุ่มผมนุ่ม.... ต้องขอบคุณเสียอีกที่ทุกอย่างเป็นแบบนี้... ที่ได้เจอแจจุง.... ถ้าไม่เป็นแบบนี้ยุนโฮคงหาทางฆ่าตัวตายอีกครั้ง... และคงไม่รู้สึก...คิดถึงตรงนี้ยุนโฮก็เบิกตากว้างพร้อมกับค่อยๆจับหน้าอกตัวเองที่สัมผัสถึงการเต้นของหัวใจที่เป็นจังหวะสงบเรียบ...ตรงนี้...มันไม่ได้เจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว...
....
วันนี้แจจุงพาผมมาที่โรงละครแห่งหนึ่งเห็นผู้คนมากมายเดินพลุพล่านไปหมด... อีกทั้งยังมีพวกนักแสดงดังๆอีก... ตาคมมองรอบตัวอย่างทึ่งๆปนตื่นเต้น แต่แล้วก็ต้องตกใจแล้วรีบคว้าแขนเล็กไว้แน่นเมื่อแจจุงกำลังขึ้นไปบนเวที
“คุณจะไปไหนน่ะ แค่นี้ก็เสียมารยาทจะแย่แล้ว” เสียงเข้มถามดุ ก่อนมองผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาอย่างเป็นกังวล
“ไม่เอาน่ายุนโฮ มันน่าสนุกออก... ไม่มีใครว่าอะไรเราหรอกน่า” ...ก็แหงสิ....ก็ไม่มีใครเห็นเรานี่ แต่ถ้ามีใครเห็นจริงคงจะวิ่งหนีมากกว่ามาด่าพวกเขาแน่ๆ... พูดเสร็จร่างบางก็ขึ้นไปบนเวทีทันที...ยุนโฮทำหน้าเอือมๆปนหน่ายๆก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้แถวหน้าสุดรอว่าเมื่อไหร่คุณเธอจะหมดสนุกแล้วชวนเขากลับบ้านเสียที
หลายวันมานี้...เป็นวันที่ยุนโฮได้เห็นโลกกว้างใหญ่...เพิ่งได้รู้ก็คราวนี้นี่เองว่าโลกใบนี้ใหญ่กว่าที่เขาเคยคิดนัก...น่าแปลกที่เขาเป็นคนแท้ๆกลับต้องมาให้วิญญาณอย่างแจจุงช่วยเปิดหูเปิดตาเปิดมุมมองใหม่ๆบนโลกกว้างๆใบนี้....จนเขาเผลอคิดหลายครั้งว่านี่แหละคือโลกของเขาจริงๆ....
ส่วนโลกที่เขาอยู่มาทั้งชีวิตนั้นกลับเป็นโลกที่เขาไม่รู้จักเลยสักนิด....ต้องขอบคุณ...แจจุง
ตาคมมองไปยังร่างบางที่เริ่มร้องเพลงบนเวทีด้วยเสียงหวานราวกับระฆังแก้วอย่างเคลิบเคลิ้ม...ถ้าแจจุงเป็นคนคงได้กลายเป็นนักร้องดังๆไปแล้วมั้งนะ...ยอมรับเลยว่าไม่มีคนไหนร้องเพลงได้ไพเราะได้เท่ากับวิญญาณดวงนี้เลย....
ราวกับเป็นความสามารถที่มาจาก...สวงสวรรค์...ที่ไม่มีมนุษย์คนไหนทำได้....
แจจุง...คุณเคยบอกกว่าคุณไม่รู้ว่าคุณเป็นอะไร...ผีก็ไม่ใช่ วิญญาณก็ไม่เชิง แต่ตอนนี้ยุนโฮมีคำตอบไว้ในใจแล้วว่าคนที่ส่งเสียงเจื้อยแจ้วอยู่นั้นเป็นอะไร...
นางฟ้า...
“ยุนโฮๆ...ขึ้นมาร้องเพลงด้วยกัน” พูดเสร็จแจจุงก็กระโดดพลิ้วลงจากเวทีแล้วตรงดิ่งเข้ามาลากแขนคนที่นั่งนิ่งทันที ยุนโฮส่ายหน้าปฎิเสธคำขอนั้นไปมาไม่ยอมขึ้นไปท่าเดียว จนทำให้แจจุงเริ่มทำแก้มป่องแบบที่ทำให้คนมองอยู่อดเอ็นดูไม่ได้...
“ไปก็ไป...” ปฏิเสธไม่เคยได้เลย...
ว่าเสร็จแจจุงก็ฉีกยิ้มกว้างแล้วดึงข้อมือหนาไปที่เวทีทันที... เสียหวานเริ่มเอ่ยเอื้อนคำร้องอีกครั้ง
ชีกึม วา ซอ มารัล ซูโด ออบ ซอ
ตอนนี้ผมไม่อาจพูดมันออกไปได้ ตอนนี้ที่เรายังอยู่เช่นนี้
นอเอ คี จอก คือ โมดึน เค ฮอซัง คาทา
ความมหัศจรรย์ของคุณ ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นดูราวกับภาพลวงตา
มาจีมัก คือ โมซึบโด ซอ ซอฮี คี ออก โซเกมัน ชัม กยอ จยอ คานึน คอดมัน คาทา
แม้กระทั่งภาพสุดท้ายของคุณ มันก็ดูราวกับค่อย ๆจมหายไปในความทรงจำอย่างช้า ๆ
เสียงร้อง ทำนอง และเนื้อหาเพลงตรงหน้านั้นช่างแสนเศร้าเหลือเกินจนคนฟังหัวใจกระตุก.... ที่บอกว่าจะขึ้นมาร้องด้วยนั้นก็ทำได้แต่เพียงยืนนิ่งงัน...
คา จิ มา ตา นา จิ มา
อย่าไปเลย อย่าจากไปเลย
แน คยอ เท อิ ซอ จุล ซู นึน ออบ นิ
คุณอยู่ข้างๆผมเหมือนเดิมไม่ได้หรือไง
คอ จิซ มัล ทา คอ จิซ มัล
โกหก ทั้งหมดคือการโกหก
จอน ฮยอน ทึล ลิ จิ คา อา นา
ผมไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น
ซา ลัง แฮ นอล ซา ลัง แฮ
รักคุณ ผมรักคุณ
ฮัน มา ทิ โบ ยอ จุล ซู นึน ออบ นิ
จากประโยคเดียวนั่น คุณไม่เห็นหรือไง
ซา ลัง แฮ นอล ซา ลัง แฮ
รักคุณ ผมรักคุณ
โต ทา ซิ ซา ลัง แฮ จู เคซ นิ
คุณจะรักผมอีกครั้งได้ไหม
...
..
ถอยคำหวานหูแต่ช่างดูปวดร้าวแสนสาหัสนั้น...เป็นเหมือนมนต์สะกด... ทุกคำร้องซึมซาบเข้าสู่หัวใจอย่างช้าๆ อย่างไม่รู้ตัว...ยุนโฮค่อยๆเดินเข้าไปใกล้คนที่กำลังเปล่งเสียงราวกับดนตรีสวรรค์นั้น แล้วโอบเอวเล็กกระชับเข้ามาใกล้ ปากหยักค่อยๆแนบลงบนริมฝีปากแดงที่อ้าค้างนั่นอย่างช้าๆ... แล้วค่อยๆบดเบียดเคล้าคลึงริมฝีปากนุ่มอย่างอ่อนโยนที่สุด... ใบหน้าหวานที่ชะงักนิ่งด้วยอารามตกใจตอนแรกนั้นค่อยๆหลับตาลงรับสัมผัสที่บางเบาราวกับขนนกนั่น....
นุ่มนวลและแผ่วเบา... ปัดป่ายไปมา... ลอยขึ้นสูงราวกับไร้น้ำหนัก.... หัวใจค่อยๆพองโตช้าๆซึมซับความรู้สึกที่ส่งถ่ายให้แก่กัน...
รัก
เหลือเกิน
ความรู้สึกโหยหา... แต่อิ่มเอมค่อยๆพุ่งสูงขึ้น.... เหมือนได้เจอของสำคัญที่ได้ทำหล่นหายไป... ดวงตาสองคู่จดจ้องกันหลังจากที่ถอนจูบลึกล้ำออกมา... ตาคมมองใบหน้าหวานล้ำอย่างหลงใหล...ใบหน้าแบบนี้ ดวงตาแบบนี้ ริมฝีปากแบบนี้...จะไม่ลืมอีก....
“แจจุง !! ร่างของคุณ...” ยุนโฮตะโกนเสียงดังเบิกตากว้างเมื่อร่างบางตรงหน้าเริ่มโปร่งใสขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทำให้แจจุงก้มมองตัวเองอย่างงงๆก่อนส่งสายตาเต็มไปด้วยคำถามมาให้... ยุนโฮไม่ได้ตอบอะไรแต่กลับรวบร่างนั้นเข้ามากอดไว้แน่นราวกับกลัวว่าร่างตรงหน้าจะหายไปเสียอย่างนั้น...
“อะไรกันยุนกอดซะแน่นเลย”
“ทำไมผมมองคุณไม่ชัดเลยแจจุง...มันเกิดอะไรขึ้น” เสียงเข้มดังขึ้นอย่างสับสน ร่างอุ่นในอ้อมกอดไม่มีอีกแล้ว...ตอนนี้ร่างกายของแจจุงไม่อุ่นเหมือนเคยกลับเย็นชืดไปหมด...ทำไมกัน ยุนโฮรัดร่างขาวให้แน่นขึ้นแต่ความรู้สึกที่ได้นั้นไม่ต่างจากโอบกอดอากาศไว้เลย...
“อ่าอย่างนั้นหรอ.. ยุนโฮใกล้ฟื้นแล้วสินะ...” เสียงหวานพูดขึ้นอย่างอ่อนโยนพร้อมส่งรอยยิ้มให้กับอีกคนที่น้ำตาเริ่มไหล...ใบหน้าคมส่ายไปมาก่อนพูดเสียงรัว...
ในวินาทีนี้ความรู้สึกหนึ่งปรากฏแน่ชัด... ไม่อยากจากคนตรงหน้าไปไหน...
“ไม่..ผมไม่อยากฟื้นแล้ว...” คำพูดที่ดูรวดร้าวนั้นทำเอาใบหน้าหวานที่เปื้อนยิ้มเริ่มหมองเศร้าลงเรื่อยๆก่อนมือบางค่อยๆเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาที่หางตาของยุนโฮอย่างแผ่วเบา....
“อย่าพูดอย่างนั้นนะ... แจจุงจะดีใจมากเลยถ้ายุนโฮจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างมีความสุข.... แจจุงเคยบอกแล้ว...แจจุงจะโกรธและเสียใจมากถ้ายุนโฮคิดจะทำอะไรโง่ๆอีก... ชีวิตคนเรามีค่านะ... และชีวิตยุนโฮก็มีค่ากับแจจุงมาก... แจจุงรักยุนโฮนะ” พูดจบปากบางก็เลื่อนมาแนบที่ปากหยักอย่างแผ่วเบา... ก่อนที่ร่างขาวค่อยๆจางหายไปเหลือไว้เพียง...ขนนกสีขาว....
....
“ยุนโฮฟื้นแล้ว” เสียงร้องอย่างดีใจดังขึ้นมาในโสดประสาทที่ค่อยๆมีแสงสว่างขึ้นช้าๆ... ดวงตาคมลืมตาขึ้นก็พบใบหน้าดีใจของพ่อแม่และน้องสาวข้างกาย... ใบหน้าคมส่งยิ้มอย่างเหนื่อยล้าไปให้คนสามคนที่มองมาอย่างเป็นห่วง...
“ทำไมลูกถึงทำแบบนี้...รักเขามากเลยหรอ...ผู้หญิงคนนั้นน่ะ” เสียงของคนเป็นแม่ดังขึ้นอย่างร้าวราน ทำให้คนที่นอนป่วยอยู่รู้สึกผิดจับใจ.... ทำไมเขาถึงทำให้แม่เสียใจได้ขนาดนี้...ทำไมตอนนั้นเขาช่างโง่เขลายิ่งนัก...คิดด้วยความรู้สึกผิดก่อนพูดออกไปด้วยเสียหนักแน่น....
“ขอโทษครับแม่... ผมสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก”
เจ็บจนอยากตายงั้นหรอ... ยุนโฮถามตัวเองอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมได้คิดสั้นขนาดนี้ทั้งๆที่ตอนนี้หัวใจว่างเปล่าเหลือเกิน...ไม่ได้เจ็บปวดอะไร... เมื่อลองนึกไปถึงวันนั้นที่โดนบอกเลิก...น่าแปลกที่หัวใจมันไม่มีความเจ็บปวดอยู่เลย... ทำไมกันนะ ไม่เจ็บปวดแต่...
หัวใจมันโหวงพิกล... ราวกับได้ลืมสิ่งสำคัญไปแล้ว...
ลืม...คำนี้ต่างหากที่ทำให้หัวใจกระตุกอย่างปวดร้าว...
เขาลืมอะไรไป...
...
แจจุงยืนมองยุนโฮด้วยรอยยิ้มทั้งๆที่น้ำตาเม็ดโตเริ่มเอ่อล้น.. แบบนี้แหละดีแล้ว... ยุนโฮไม่สามารถมองเห็นแจจุงได้อีกเป็นสิ่งที่เลือกไม่ได้ แต่ยุนโฮลืมแจจุงไปเสียหมดสิ้นนั้นเป็นสิ่งที่แจจุงเลือกและทำให้ยุนโฮเป็นแบบนั้น... เพราะรู้ว่าการรอคอยมันเจ็บปวดแค่ไหน การจมปรักอยู่กับอดีตมันรวดร้าวเพียงใด...แจจุงรู้ดี...
ยุนโฮจะต้องก้าวเดินต่อไป ส่วนแจจุงจะยังคงยืนอยู่ที่เดิม...จะอยู่ข้างๆยุนโฮ...เหมือนที่เป็นตลอดมา..และจะเป็นตลอดไป...ให้ความคิดถึงห่วงหาและความเจ็บปวดทรมานที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลยอยู่กับแจจุงเพียงคนเดียว...จนกว่าจะถึงวันนั้น...
วันที่เราได้เจอกัน...อีกครั้ง...
วันที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน...อีกครั้ง...
วันที่เรารักกัน...อีกครั้ง...
วันเวลาอันเป็นนิรันดร์ได้เวียนมาถึง...แล้วเราจะได้พบกันอีก....
+++++++++++++++++Always keep the faith++++++++++++++++
Title: In heaven
Author: junghaneul
Pairing: YunJae
ยุนโฮ...เราเลิกกันเถอะ...
คำพูดของเธอทำให้ผมเจ็บปวดเหลือเกิน... ผมได้แต่ตะโกนร้องอย่างบ้าคลั่ง...คุณอยู่เคียงข้างผมต่อไปไม่ได้หรือ... ผมค่อยๆหลับตาลงพร้อมกับหยาดน้ำตามากมาย.. ซึ่งผมไม่สามารถทำอะไรได้เลย ได้แต่ร่ำร้องว่าเรื่องราวทุกอย่างเป็นเพียงการโกหก...ไม่... ผมไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น... ได้โปรด...
รักผมอีกครั้ง...
ก่อนที่ผม...
สองเท้าที่แทบไม่มีแรงค่อยๆหยุดยืนอยู่ที่กลางสะพานใหญ่.. ตาคมที่บวมช้ำนั้นมองออกไปยังสายน้ำที่อยู่ด้านล่าง.... อย่างเลื่อนลอย ก่อนค่อยๆปีนออกไปนั่งอยู่ที่ขอบสะพาน... สองตาค่อยๆหลับตาก่อนที่จะตัดสิ้นใจจบเรื่องราวทุกอย่าง...ไม่ไหวแล้ว...หัวใจดวงนี้เจ็บปวดจนรับอะไรไม่ไหวแล้ว....
แล้วร่างทั้งร่างก็ร่วงหล่นสู่กระแสน้ำเชี่ยว... ความเจ็บปวดเกินคาดเดานั้นทิ่มแทงเข้ามาในร่างพร้อมกับลมหายใจนั้นถูกคมเคียวของยมทูตกระชากออกจากร่างอย่างรวดเร็ว.. กระแสน้ำมากมายทะลักเข้ามาในจมูกและปากจนปริมาณน้ำในร่างกายมีมากเกินกว่ามนุษย์คนหนึ่งจะรับไหว... ลมหายใจค่อยๆหมดลง... ทุกอย่างมืดลงเรื่อยๆ...
ในวินาทีที่ชีวิตหนึ่งกำลังดับสูญ... ตอนที่ทุกอย่างกำลังหายไปนั้น ร่างทั้งร่างก็ถูกกระชากขึ้นสู่ผิวน้ำพร้อมกับอ้อมแขนอบอุ่นของใครบางคนกอดกระชับเข้ามาที่ร่างเย็นชืด ก่อนริมฝีปากนุ่นของคนๆนั้นจะแนบเข้ามาที่ปากหยักอันขาวซีดพร้อมกับเป่าลมเข้าปากหยักต่อลมหายใจของคนใกล้ตายไว้...
ภาพเลือนรางที่ยุนโฮได้เห็นก่อนที่เขาจะสลบไปอีกครั้งนั้นคือ...ใบหน้าหวานราวกับนางฟ้าของใครบางคนที่ยิ้มกว้างอย่างดีใจพร้อมกับเสียงหวานราวกับระฆังดังก้องข้างหู...
“ยุนโฮ... ยุนโฮหายใจแล้ว”
เขาคือใครกัน...
...
ประสาทสัมผัสทุกส่วนค่อยๆตื่นตัวช้าๆก่อนที่ความปวดเมื่อยแสนสาหัสจะแล่นเข้าทำร้ายคนที่นอนนิ่งถึงกับร้องครางออกมาเบาๆ... ก่อนตาคมจะค่อยๆลืมขึ้นก็เห็นว่าตอนนี้ตนนอนอยู่ที่ห้องนอนของตนนั่นเอง... หากแต่เมื่อจะลุกขึ้นก็พบว่าร่างกายทั้งหมดนั้นไม่มีแรงแม้แต่ขยับตัวเสียอย่างนั้น แล้วตาทั้งสองข้างค่อยๆปิดลงอย่างเหนื่อยล้าอีกครั้ง ก่อนที่จะลืมขึ้นอย่างตกใจเมื่อได้ยินเสียงหวานของใครอีกคนดังขึ้น...
“ยุนโฮตื่นแล้ว...”
เสียงหวานดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ช่วยชีวิตยุนโฮไว้...แม้จะเลือนรางแต่ก็ชัดเจนในความรู้สึก...งดงามราวภาพวาด..ไร้ที่ติ... ตากลมโตสวยหวาน จมูกโด่งจิ้มลิ้มรับกับปากบางสวย ผิวกายขาวผ่องรับกับเสื้อผ้าสีขาวทั้งชุดเป็นอย่างดี.... ตอนนี้ร่างนั้นยืนหยุดอยู่ข้างเตียงพร้อมกับส่งยิ้มอ่อนๆมาให้...
“คุณคือใคร...” เสียงแหบห้าวถามขึ้นพร้อมกับคิ้วเข้มขมวดยุ่ง.... แน่ใจว่าไม่เคยรู้จักคนๆนี้มาก่อนแน่นอน... แล้วทำไมถึงเรียกชื่อเขาได้อย่างถูกต้อง แล้วยังเข้ามา..ไม่สิ พาเขาเข้ามาที่บ้านได้อีก.... ซึ่งคำถามนั้นของร่างสูงทำเอาใบหน้าหวานชะงักงันไปชั่วครู่ก่อนจะตอบออกมาพร้อมรอยยิ้มที่กว้างขึ้นจนตากลมโตแทบปิด...
“คุณพูดกับผมหรอ” คำตอบนั่นทำเอาคนที่ลุกไม่ขึ้นแทบอยากจะลุกขึ้นมาตะโกนใส่หน้าหวานๆนั่นเสียจริงว่า...นี่นายคิดว่าฉันคุยกับตัวเองอยู่หรือไง... สักพักร่างบางก็เริ่มยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก่อนพูดต่อ...
“ฮิ..แจจุงครับ...ผมคิมแจจุง”
“คุณรู้จักผม..? ผมได้ยินคุณเรียกชื่อผมก่อนที่ผมจะหมดสติ แล้วเมื่อกี้อีก... และคุณก็รู้ว่าผมพักที่ไหน..นอนห้องไหน... แต่ผมไม่คุ้นหน้าคุณเลย...” ยุนโฮอดถามขึ้นอย่างสงสัยไม่ได้.. ทำไมกันนะ...เขาไม่เคยเห็นใบหน้าหวานแบบนี้มาก่อนในชีวิตแต่กลับรู้สึกคุ้นชื่อนี้อย่างประหลาด...ตอนที่ร่างบางนั้นพูดว่า...คิมแจจุง...นั้น หัวใจของยุนโฮเต้นผิดจังหวะ อีกทั้งยังบีบรัดจนเจ็บแปลบ...ทำไมกัน
“ครับ ผมรู้จักคุณ... เพราะผมก็พักอยู่แถวๆนี้ก็เลยเห็นคุณบ่อยๆแต่คุณคงไม่ได้สังเกตเห็นผม ...”คำตอบนั้นทำให้ยุนโฮพยักหน้ารับด้วยดวงตาเหม่อลอย.... ความเงียบเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้งเมื่อทั้งสองคนเอาแต่เงียบ... ความคิดของยุนโฮก็เริ่มฟุ้งซ่าน.... ผมยังไม่ตาย...ทำไมพระเจ้าต้องให้ผมมีชีวิตต่อไปด้วย...แล้วผมจะอยู่ได้อย่างไร...ในเมื่อตอนนี้...หัวใจผมตายไปแล้ว... ผม... อยากตาย
“ความตายน่ะ...มันไม่สวยหรูหรอกนะ คนที่คิดแบบคุณน่ะ...มันแย่ที่สุดเลยรู้ไหม มีหลายคนที่ไม่อยากตายแต่ต้องตาย... แต่คุณกลับอยากตาย...ผมเสียใจจริงๆที่มีคนคิดแบบนี้อยู่บนโลกด้วย”
เสียงหวานดังขึ้นจากความเงียบงันทำให้ยุนโฮค่อยๆหันไปมองปากบางที่เริ่มเม้มแน่นและดวงตาคู่สวยก็หลุบลงต่ำราวกับกำลังจมอยู่ในความคิดตัวเอง.... และนั่นทำให้ร่างสูงถอนหายใจยาวก่อนที่จะเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า...
“คุณไม่รู้หรอก....คุณไม่ได้เจอแบบผมก็พูดได้...สำหรับผม...”
“มันก็แค่การหนีปัญหา...” เสียงหวานเอ่ยขึ้นทันควันพร้อมกับดวงตาสองคู่จดจ้องกันอย่างไม่มีใครยอมใคร จนในที่สุดยุนโฮเป็นฝ่ายพูดออกมาด้วยเสียงต่ำเข้มพร้อมกับหันหน้าไปทางอื่นที่พ้นจากใบหน้าหวานตรงหน้า...
“ผมอยากอยู่คนเดียว”
เสียงถอนหายใจดังขึ้นก่อนจะตามด้วยเสียงหวานที่ฟังดูเหนื่อยหน่ายชอบกล...
“ได้... ผมจะให้เวลาคุณคิด.... ลองคิดให้ดีแล้วกันถ้าคุณตายไปใครเสียใจที่สุด... ผู้หญิงคนนั้นหรอ...หรือจะเป็นพ่อแม่พี่น้องของคุณ” คำพูดนั้นทำเอาคนฟังถึงกับสะอึก...ความรู้สึกผิดในสิ่งที่ตนกระทำตีตื้นเข้ามาในมโนสำนึก...แต่ทิฐิมีสูงกว่ายิ่งนัก ใบหน้าคมเลยหันกลับไปหวังเพียงจะได้เถียงกับไปซักนิดว่าตนนั้นไม่ผิดสักหน่อย... แต่เมื่อหันกลับไปก็ต้องพบกับความจริงที่หน้าตกใจว่า...คิมแจจุงหายไปแล้ว...ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน หน้าคมหันซ้ายหันขวาเลิกลัก... ขมวดคิ้วยุ่งเมื่อไม่เห็นใครเลย....
ตอนกลางคืน...เสียงสายลมพัดหวีดหวิวให้ความรู้สึกน่ากลัวอย่างประหลาด... ร่างหนานอนกระสับกระส่ายไปมาบนเตียงนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นตั้งแต่พบเจอแจจุง...ประหลาด... คำนี้คือคำนิยามที่ยุนโฮให้แก่ร่างบาง... ยังติดใจไม่หายกับการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของแจจุงเมื่อเย็น...
พรึ่บ... สายลมแรงพัดเข้ามาพร้อมกับผ้าม่านปลิวไสวทำให้คิ้วเข้มต้องขมวดยุ่งเมื่อไม่เข้าใจว่าลมพัดเข้ามาได้อย่างไรทั้งที่หน้าต่างปิดสนิททุกบาน
ร่างสูงค่อยๆเดินเข้าไปใกล้หน้าต่างเจ้าปัญหาแล้วเลิกผ้าม่านขึ้นก็พบว่าหน้าต่างนั้นยังคงปิดสนิทดี... แต่ประก็ต้องชะงักด้วยความตกใจเมื่อเห็นใครบางคนนั่งแกว่งชิงช้าเบาๆอยู่ตรงสวนหลังบ้าน...
คิมแจจุง!! ... ใบหน้าสวยหวานนั้นลอยเด่นชัดเจนภายใต้แสงจันทร์ ผิวกายและชุดสีขาวนั้นราวกับเป็นแสงนีออนทำให้มองเห็นได้เด่นชัดในความมืดได้ดีเสียเหลือเกิน... ใบหน้าหวานที่เหม่อลอยนั้นค่อยๆหันมาช้าๆแล้วสบตาคมเข้าอย่างจัง...
ยุนโฮขยี้ตาตัวเองเพื่อให้ความมั่นใจกับตัวเองว่าไม่ได้ตาฝาดไป..
ก่อนจะรีบวิ่งไปยังประตูแล้วเปิดออกอย่างรวดเร็ว..แล้วตรงไปที่ประตูหลังบ้านแล้วเปิดผ่างออก...สายลมเย็นจัดพัดเข้ามาจนทำเอาร่างหนาที่อยู่ในชุดนอนธรรมดาสะท้าน... หนาว... แล้วหมอนั่นไปนั่งทำบ้าอะไรดึกๆดื่นๆแบบนั้น... คิดแล้วก็รีบตรงไปที่ชิงช้าเจ้าปัญหาทันที...
ไม่มี !!
ที่นั่นไม่มีใครอยู่แล้วนอกจากเศษขนนกสีขาวที่ปลิวร่วงลงมาจากที่ไหนสักแห่ง... มือหนาก็เอื้อมคว้าไว้โดยไม่รู้ตัว... สัมผัสเบาบางนุ่มนิ่มที่มือนั้นมันทำให้อดนึกถึงใครบางคนไม่ได้...
คิมแจจุง.....
ตาคมตวัดมองขนนกสีขาวในมือก่อนที่พึมพำออกมา....
“แจจุง... คุณทำตัวแปลกเกินไปแล้วนะ”
วันวันต่อมาแจจุงปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มหวานราวกับนางฟ้าอีกทั้งยังหอบหิ้วของกินมากมายมาเต็มสองมือเสียอีก ยุนโฮมองร่างบางอย่างไม่ไว้ใจ ยิ่งแจจุงเดินเข้ามาใกล้ ยุนโฮก็เดินถอยหลังเว้นระยะห่างออกไปเรื่อยๆ ซึ่งไม่นานใบหน้าเปื้อนยิ้มของแจจุงก็เริ่มบูดบึ้ง...
“เอ้าเป็นอะไรไป...จำผมไม่ได้หรือไง ทำหน้ายังกับเห็นผีแนะ” เสียงหวานดังขึ้นพร้อมริมฝีปากแดงๆนั่นก็เชิดขึ้นนิดๆอย่างงอนๆแล้วไหนจะแก้มป่องๆน่ารักแบบนั้นอีก... จนทำให้คนที่กำลังหวาดระแวงเดินเข้ามาใกล้คนสวยอย่างอดไม่ได้...
“ความจริงผมก็คิดว่าคุณเป็นผี... ” ยุนโฮพูดขึ้นอย่างประชดเล็กๆคิดว่าคนสวยตรงหน้าจะทำหน้าบูดมากขึ้นไปอีกแต่เจ้าตัวกลับระเบิดหัวเราะซะอย่างงั้น...
“ฮ่าๆๆ.. คิดได้ไงเนี่ยมีอารมณ์ขันเหมือนกันนะ... เอ้าๆไหนบอกมาสิทำไมคิดว่าผมเป็นผีไปได้” พูดเสร็จก็วางข้าวของไว้บนโต๊ะก่อนจะเดินมาใกล้ร่างสูงแล้วจ้องเข้ามาตาแป๋ว... การกระทำนั้นทำเอายุนโฮใบหน้าร้อนวาบ...ใกล้เกินไปแล้วนะ... ว่าแล้วร่างสูงก็ถอยฉากออกมาเสียไกลก่อนเริ่มพูด...
“เมื่อเย็นวาน...ผมไม่ได้ยินเสียงคุณเดินออกไปเลย...ราวกับว่า...อยู่ๆคุณก็หายตัวไปซะอย่างนั้น... และเมื่อคืนนี้อีก...ผมเห็นคุณนั่งแกว่งชิงช้าที่สวนหลังบ้านผม แต่พอผมออกไปดู..คุณก็ไม่อยู่แล้ว...แต่มันก็น่าสงสัยมีใครที่ไหนมานั่งแกว่งชิงช้าบ้านคนอื่นดึกๆดื่นๆกัน” พูดไปก็แอบรอบมองปฏิกิริยาของแจจุงไป... แต่แจจุงไม่แสดงอะไรออกมาเลยเพียงแต่รับฟังนิ่งๆเท่านั้น.... เมื่อพูดจบแล้วแจจุงก็ยืนนิ่งสักพักก่อนจะพูดตอบกลับมา...
“พูดแบบนี้...คุณไม่กลัวผมคิดว่าคุณเป็นบ้าหรือไง” แจจุงกล่าวยิ้มๆแต่เมื่อเห็นอีกคนไม่ยิ้มตาม ทำให้แจจุงนิ่งไปสักพักก่อนเสียงหวานค่อยๆเอ่ยอีกครั้งอย่างแผ่วเบา
“ใช่ ผมเป็นผี...มาหลอกคุณ...หึหึ ยุนโฮ.....” แจจุงพูดพร้อมกับยื่นมือมาใกล้ลำคอของยุนโฮช้าๆ หากแต่ร่างสูงที่ยืนมองอยู่นั้นไม่หวาดกลัวและไม่ขยับถอยไปไหน...กลับเอ่ยออกมาด้วยเสียงดุๆด้วยซ้ำ...
“เอาดีๆ ไม่เล่น...” สิ้นคำพูดนั้นใบหน้าหวานก็เบ้หน้าหนีทันที...
“โหว.. มีดุผีด้วยแฮะ...” ปากบางพึมพำๆออกมาพร้อมกับทำหน้าเหม็นฉุน จนคนที่มองอยู่อดขำเล็กๆไม่ได้...ก็ผีแบบนี้มันน่ากลัวเสียที่ไหนกันล่ะ...
แจจุงค่อยๆปรับสีหน้าเป็นจริงจังก่อนจะพูดออกมาด้วยเสียงเคร่งขรึม...
“แต่ถูกของคุณ.. ผมไม่ใช่ผี.. แต่ก็ไม่ใช่คน...” แจจุงพูดออกมายิ้มๆ แต่สีหน้าแลหมองเศร้าลงอย่างชัดเจน
คำพูดนั้นทำเอาคนฟังขนลุกวาบ...เรื่องจริงหรือเนี่ย... บรรยากาศรอบๆแจจุงแลดูน่ากลัวประหลาดจนทำเอา‘คน’อย่างยุนโฮอยากลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีไปไกลๆเสียจริง แต่เมื่อมองหน้าหวานๆตรงหน้าแล้วกลับก้าวขาไม่ออกเสียอย่างนั้น... กลับรู้สึกอยากเข้าไปใกล้ๆให้มากขึ้นเสียอีก....
“แล้วคุณเป็นอะไร”
“อืม...ความจริงผมก็ไม่รู้เหมือนกัน... คล้ายๆวิญญาณมั้ง.... ไม่มีบัญญัติแน่ชัดหรอก” แจจุงพูดขึ้นก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้โดยหันหน้าเข้าหาพนักพิง...แล้วเอาคางเกยที่พนักพิงไว้ ก่อนพูดต่อไปอย่างเหม่อลอย...
“ผมไม่มีความทรงจำตอนที่ผมเป็นคนเลยและก็ไม่มีใครมารับตัวผมไปไหนเหมือนที่วิญญาณดวงอื่นๆ ผมต้องอยู่บนโลกนี้ไปเรื่อยๆไม่มีจุดหมายไม่มีเพื่อนไม่มีอะไรทั้งนั้น... มันรู้สึกเหงาโดดเดี่ยวและอ้างว้างอย่างบอกไปถูก... แต่วันหนึ่งก็มีเด็กชายคนหนึ่งเข้ามาคุยมาเล่นกับผม ...เขาชื่อยุนโฮ... ตั้งแต่ตอนนั้นมาผมก็ติดตามเขาตลอด...แต่ว่า... พอเขาเติบโตขึ้นเขาก็ลืมผมและไม่สามารถมองเห็นผมได้อีก”
“คุณหมายถึงผมอย่างนั้นหรอ...” ยุนโฮพูดออกมาอย่างแผ่วเบา... ส่วนอีกฝ่ายก็พยักหน้ารับยิ้มๆ... ยุนโฮมองหน้าหวานที่เปื้อนยิ้มนั้นนิ่งงัน...เรื่อน่าเศร้าแบบนี้ทำไมยังยิ้มอยู่ได้อีก...
“แล้วหลังจากผมไม่เห็นคุณแล้ว...คุณยังตามผมอยู่รึป่าว”
“อื้ม... ผมไม่รู้จะไปไหนแล้ว... ไม่เคยมีใครติดต่อผมได้เลยนอกจากคุณ ญาติพี่น้องสมัยตอนผมมีชีวิตนั้นผมก็จำไม่ได้... ผมเลยตามคุณไปด้วยหวังว่าสักวันหนึ่งคุณจะเห็นผมอีกครั้ง”
“นอกจากไม่เห็นแล้ว ผมยังจำอะไรไม่ได้เลย...ทั้งๆที่ผมเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของคุณแท้ๆ” ยุนโฮพูดออกมาอย่างแผ่วเบา... รู้สึกแย่ที่ลืมอะไรได้อย่างง่ายดายจริงๆ... ใบหน้าหล่อเริ่มหม่นเศร้าขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้อีกคนพูดออกมายิ้มๆ...
“ไม่เห็นต้องเศร้าเลย... แค่ตอนนี้แจจุง...เอ้ย ผมก็มีความสุขมากๆแล้ว... ตอนนี้คุณมองเห็นผมและกำลังคุยกับผมอยู่...มันเป็นเรื่องที่ทำให้ผมมีความสุขมากจริงๆ..”
“เดี๋ยวนะ..ถ้าอย่างนั้น แสดงว่าตอนนี้ผมตายแล้ว?” ยุนโฮพูดออกมาเมื่อนึกได้... เมื่อสิ้นคำพูดนั้นทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้างก่อนที่มือเล็กจะโบกไปมา...
“ไม่นะ...คุณยังไม่ตาย...เพียงแต่...” เสียงหวานหายเงียบเข้าไปในลำคอก่อนที่จะยืนนิ่งไม่พูดไม่จาก่อนที่จะค่อยๆพูดออกมาอย่างแผ่วเบา...
“คุณยังไม่ฟื้น... ตอนนี้คุณ..ไม่สิ...ร่างของคุณอยู่ที่โรงพยาบาล แต่ผมไม่รู้ว่าทำไม่วิญญาณของคุณถึงอยู่ที่นี่... ทั้งๆที่ถ้ายังมีชีวิตอยู่วิญญาณไม่น่าจะออกจากร่างได้...ผมขอโทษ ถ้าผมช่วยคุณไวกว่านี้...คง....” พูดเสร็จดวงตาคู่หวานก็จ้องมองมาที่ใบหน้าคมนิ่ง... มันเป็นความผิดของแจจุง..
แจจุงเสียใจ... ใบหน้าเศร้าหมองตรงหน้าทำเอาหัวใจของยุนโฮกระตุกวูบ...
“มันไม่ใช่ความผิดของคุณหรอก..” ยุนโฮพูดขึ้นก่อนเอื้อมมือไปลูบกลุ่มผมนุ่ม.... ต้องขอบคุณเสียอีกที่ทุกอย่างเป็นแบบนี้... ที่ได้เจอแจจุง.... ถ้าไม่เป็นแบบนี้ยุนโฮคงหาทางฆ่าตัวตายอีกครั้ง... และคงไม่รู้สึก...คิดถึงตรงนี้ยุนโฮก็เบิกตากว้างพร้อมกับค่อยๆจับหน้าอกตัวเองที่สัมผัสถึงการเต้นของหัวใจที่เป็นจังหวะสงบเรียบ...ตรงนี้...มันไม่ได้เจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว...
....
วันนี้แจจุงพาผมมาที่โรงละครแห่งหนึ่งเห็นผู้คนมากมายเดินพลุพล่านไปหมด... อีกทั้งยังมีพวกนักแสดงดังๆอีก... ตาคมมองรอบตัวอย่างทึ่งๆปนตื่นเต้น แต่แล้วก็ต้องตกใจแล้วรีบคว้าแขนเล็กไว้แน่นเมื่อแจจุงกำลังขึ้นไปบนเวที
“คุณจะไปไหนน่ะ แค่นี้ก็เสียมารยาทจะแย่แล้ว” เสียงเข้มถามดุ ก่อนมองผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาอย่างเป็นกังวล
“ไม่เอาน่ายุนโฮ มันน่าสนุกออก... ไม่มีใครว่าอะไรเราหรอกน่า” ...ก็แหงสิ....ก็ไม่มีใครเห็นเรานี่ แต่ถ้ามีใครเห็นจริงคงจะวิ่งหนีมากกว่ามาด่าพวกเขาแน่ๆ... พูดเสร็จร่างบางก็ขึ้นไปบนเวทีทันที...ยุนโฮทำหน้าเอือมๆปนหน่ายๆก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้แถวหน้าสุดรอว่าเมื่อไหร่คุณเธอจะหมดสนุกแล้วชวนเขากลับบ้านเสียที
หลายวันมานี้...เป็นวันที่ยุนโฮได้เห็นโลกกว้างใหญ่...เพิ่งได้รู้ก็คราวนี้นี่เองว่าโลกใบนี้ใหญ่กว่าที่เขาเคยคิดนัก...น่าแปลกที่เขาเป็นคนแท้ๆกลับต้องมาให้วิญญาณอย่างแจจุงช่วยเปิดหูเปิดตาเปิดมุมมองใหม่ๆบนโลกกว้างๆใบนี้....จนเขาเผลอคิดหลายครั้งว่านี่แหละคือโลกของเขาจริงๆ....
ส่วนโลกที่เขาอยู่มาทั้งชีวิตนั้นกลับเป็นโลกที่เขาไม่รู้จักเลยสักนิด....ต้องขอบคุณ...แจจุง
ตาคมมองไปยังร่างบางที่เริ่มร้องเพลงบนเวทีด้วยเสียงหวานราวกับระฆังแก้วอย่างเคลิบเคลิ้ม...ถ้าแจจุงเป็นคนคงได้กลายเป็นนักร้องดังๆไปแล้วมั้งนะ...ยอมรับเลยว่าไม่มีคนไหนร้องเพลงได้ไพเราะได้เท่ากับวิญญาณดวงนี้เลย....
ราวกับเป็นความสามารถที่มาจาก...สวงสวรรค์...ที่ไม่มีมนุษย์คนไหนทำได้....
แจจุง...คุณเคยบอกกว่าคุณไม่รู้ว่าคุณเป็นอะไร...ผีก็ไม่ใช่ วิญญาณก็ไม่เชิง แต่ตอนนี้ยุนโฮมีคำตอบไว้ในใจแล้วว่าคนที่ส่งเสียงเจื้อยแจ้วอยู่นั้นเป็นอะไร...
นางฟ้า...
“ยุนโฮๆ...ขึ้นมาร้องเพลงด้วยกัน” พูดเสร็จแจจุงก็กระโดดพลิ้วลงจากเวทีแล้วตรงดิ่งเข้ามาลากแขนคนที่นั่งนิ่งทันที ยุนโฮส่ายหน้าปฎิเสธคำขอนั้นไปมาไม่ยอมขึ้นไปท่าเดียว จนทำให้แจจุงเริ่มทำแก้มป่องแบบที่ทำให้คนมองอยู่อดเอ็นดูไม่ได้...
“ไปก็ไป...” ปฏิเสธไม่เคยได้เลย...
ว่าเสร็จแจจุงก็ฉีกยิ้มกว้างแล้วดึงข้อมือหนาไปที่เวทีทันที... เสียหวานเริ่มเอ่ยเอื้อนคำร้องอีกครั้ง
ชีกึม วา ซอ มารัล ซูโด ออบ ซอ
ตอนนี้ผมไม่อาจพูดมันออกไปได้ ตอนนี้ที่เรายังอยู่เช่นนี้
นอเอ คี จอก คือ โมดึน เค ฮอซัง คาทา
ความมหัศจรรย์ของคุณ ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นดูราวกับภาพลวงตา
มาจีมัก คือ โมซึบโด ซอ ซอฮี คี ออก โซเกมัน ชัม กยอ จยอ คานึน คอดมัน คาทา
แม้กระทั่งภาพสุดท้ายของคุณ มันก็ดูราวกับค่อย ๆจมหายไปในความทรงจำอย่างช้า ๆ
เสียงร้อง ทำนอง และเนื้อหาเพลงตรงหน้านั้นช่างแสนเศร้าเหลือเกินจนคนฟังหัวใจกระตุก.... ที่บอกว่าจะขึ้นมาร้องด้วยนั้นก็ทำได้แต่เพียงยืนนิ่งงัน...
คา จิ มา ตา นา จิ มา
อย่าไปเลย อย่าจากไปเลย
แน คยอ เท อิ ซอ จุล ซู นึน ออบ นิ
คุณอยู่ข้างๆผมเหมือนเดิมไม่ได้หรือไง
คอ จิซ มัล ทา คอ จิซ มัล
โกหก ทั้งหมดคือการโกหก
จอน ฮยอน ทึล ลิ จิ คา อา นา
ผมไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น
ซา ลัง แฮ นอล ซา ลัง แฮ
รักคุณ ผมรักคุณ
ฮัน มา ทิ โบ ยอ จุล ซู นึน ออบ นิ
จากประโยคเดียวนั่น คุณไม่เห็นหรือไง
ซา ลัง แฮ นอล ซา ลัง แฮ
รักคุณ ผมรักคุณ
โต ทา ซิ ซา ลัง แฮ จู เคซ นิ
คุณจะรักผมอีกครั้งได้ไหม
...
..
ถอยคำหวานหูแต่ช่างดูปวดร้าวแสนสาหัสนั้น...เป็นเหมือนมนต์สะกด... ทุกคำร้องซึมซาบเข้าสู่หัวใจอย่างช้าๆ อย่างไม่รู้ตัว...ยุนโฮค่อยๆเดินเข้าไปใกล้คนที่กำลังเปล่งเสียงราวกับดนตรีสวรรค์นั้น แล้วโอบเอวเล็กกระชับเข้ามาใกล้ ปากหยักค่อยๆแนบลงบนริมฝีปากแดงที่อ้าค้างนั่นอย่างช้าๆ... แล้วค่อยๆบดเบียดเคล้าคลึงริมฝีปากนุ่มอย่างอ่อนโยนที่สุด... ใบหน้าหวานที่ชะงักนิ่งด้วยอารามตกใจตอนแรกนั้นค่อยๆหลับตาลงรับสัมผัสที่บางเบาราวกับขนนกนั่น....
นุ่มนวลและแผ่วเบา... ปัดป่ายไปมา... ลอยขึ้นสูงราวกับไร้น้ำหนัก.... หัวใจค่อยๆพองโตช้าๆซึมซับความรู้สึกที่ส่งถ่ายให้แก่กัน...
รัก
เหลือเกิน
ความรู้สึกโหยหา... แต่อิ่มเอมค่อยๆพุ่งสูงขึ้น.... เหมือนได้เจอของสำคัญที่ได้ทำหล่นหายไป... ดวงตาสองคู่จดจ้องกันหลังจากที่ถอนจูบลึกล้ำออกมา... ตาคมมองใบหน้าหวานล้ำอย่างหลงใหล...ใบหน้าแบบนี้ ดวงตาแบบนี้ ริมฝีปากแบบนี้...จะไม่ลืมอีก....
“แจจุง !! ร่างของคุณ...” ยุนโฮตะโกนเสียงดังเบิกตากว้างเมื่อร่างบางตรงหน้าเริ่มโปร่งใสขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทำให้แจจุงก้มมองตัวเองอย่างงงๆก่อนส่งสายตาเต็มไปด้วยคำถามมาให้... ยุนโฮไม่ได้ตอบอะไรแต่กลับรวบร่างนั้นเข้ามากอดไว้แน่นราวกับกลัวว่าร่างตรงหน้าจะหายไปเสียอย่างนั้น...
“อะไรกันยุนกอดซะแน่นเลย”
“ทำไมผมมองคุณไม่ชัดเลยแจจุง...มันเกิดอะไรขึ้น” เสียงเข้มดังขึ้นอย่างสับสน ร่างอุ่นในอ้อมกอดไม่มีอีกแล้ว...ตอนนี้ร่างกายของแจจุงไม่อุ่นเหมือนเคยกลับเย็นชืดไปหมด...ทำไมกัน ยุนโฮรัดร่างขาวให้แน่นขึ้นแต่ความรู้สึกที่ได้นั้นไม่ต่างจากโอบกอดอากาศไว้เลย...
“อ่าอย่างนั้นหรอ.. ยุนโฮใกล้ฟื้นแล้วสินะ...” เสียงหวานพูดขึ้นอย่างอ่อนโยนพร้อมส่งรอยยิ้มให้กับอีกคนที่น้ำตาเริ่มไหล...ใบหน้าคมส่ายไปมาก่อนพูดเสียงรัว...
ในวินาทีนี้ความรู้สึกหนึ่งปรากฏแน่ชัด... ไม่อยากจากคนตรงหน้าไปไหน...
“ไม่..ผมไม่อยากฟื้นแล้ว...” คำพูดที่ดูรวดร้าวนั้นทำเอาใบหน้าหวานที่เปื้อนยิ้มเริ่มหมองเศร้าลงเรื่อยๆก่อนมือบางค่อยๆเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาที่หางตาของยุนโฮอย่างแผ่วเบา....
“อย่าพูดอย่างนั้นนะ... แจจุงจะดีใจมากเลยถ้ายุนโฮจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างมีความสุข.... แจจุงเคยบอกแล้ว...แจจุงจะโกรธและเสียใจมากถ้ายุนโฮคิดจะทำอะไรโง่ๆอีก... ชีวิตคนเรามีค่านะ... และชีวิตยุนโฮก็มีค่ากับแจจุงมาก... แจจุงรักยุนโฮนะ” พูดจบปากบางก็เลื่อนมาแนบที่ปากหยักอย่างแผ่วเบา... ก่อนที่ร่างขาวค่อยๆจางหายไปเหลือไว้เพียง...ขนนกสีขาว....
....
“ยุนโฮฟื้นแล้ว” เสียงร้องอย่างดีใจดังขึ้นมาในโสดประสาทที่ค่อยๆมีแสงสว่างขึ้นช้าๆ... ดวงตาคมลืมตาขึ้นก็พบใบหน้าดีใจของพ่อแม่และน้องสาวข้างกาย... ใบหน้าคมส่งยิ้มอย่างเหนื่อยล้าไปให้คนสามคนที่มองมาอย่างเป็นห่วง...
“ทำไมลูกถึงทำแบบนี้...รักเขามากเลยหรอ...ผู้หญิงคนนั้นน่ะ” เสียงของคนเป็นแม่ดังขึ้นอย่างร้าวราน ทำให้คนที่นอนป่วยอยู่รู้สึกผิดจับใจ.... ทำไมเขาถึงทำให้แม่เสียใจได้ขนาดนี้...ทำไมตอนนั้นเขาช่างโง่เขลายิ่งนัก...คิดด้วยความรู้สึกผิดก่อนพูดออกไปด้วยเสียหนักแน่น....
“ขอโทษครับแม่... ผมสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก”
เจ็บจนอยากตายงั้นหรอ... ยุนโฮถามตัวเองอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมได้คิดสั้นขนาดนี้ทั้งๆที่ตอนนี้หัวใจว่างเปล่าเหลือเกิน...ไม่ได้เจ็บปวดอะไร... เมื่อลองนึกไปถึงวันนั้นที่โดนบอกเลิก...น่าแปลกที่หัวใจมันไม่มีความเจ็บปวดอยู่เลย... ทำไมกันนะ ไม่เจ็บปวดแต่...
หัวใจมันโหวงพิกล... ราวกับได้ลืมสิ่งสำคัญไปแล้ว...
ลืม...คำนี้ต่างหากที่ทำให้หัวใจกระตุกอย่างปวดร้าว...
เขาลืมอะไรไป...
...
แจจุงยืนมองยุนโฮด้วยรอยยิ้มทั้งๆที่น้ำตาเม็ดโตเริ่มเอ่อล้น.. แบบนี้แหละดีแล้ว... ยุนโฮไม่สามารถมองเห็นแจจุงได้อีกเป็นสิ่งที่เลือกไม่ได้ แต่ยุนโฮลืมแจจุงไปเสียหมดสิ้นนั้นเป็นสิ่งที่แจจุงเลือกและทำให้ยุนโฮเป็นแบบนั้น... เพราะรู้ว่าการรอคอยมันเจ็บปวดแค่ไหน การจมปรักอยู่กับอดีตมันรวดร้าวเพียงใด...แจจุงรู้ดี...
ยุนโฮจะต้องก้าวเดินต่อไป ส่วนแจจุงจะยังคงยืนอยู่ที่เดิม...จะอยู่ข้างๆยุนโฮ...เหมือนที่เป็นตลอดมา..และจะเป็นตลอดไป...ให้ความคิดถึงห่วงหาและความเจ็บปวดทรมานที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลยอยู่กับแจจุงเพียงคนเดียว...จนกว่าจะถึงวันนั้น...
วันที่เราได้เจอกัน...อีกครั้ง...
วันที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน...อีกครั้ง...
วันที่เรารักกัน...อีกครั้ง...
วันเวลาอันเป็นนิรันดร์ได้เวียนมาถึง...แล้วเราจะได้พบกันอีก....
+++++++++++++++++Always keep the faith++++++++++++++++